วันพฤหัสบดีที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2556

จับตาอนาคตทีวีไทย กับทีวีระบบดิจิตอล


          ขณะนี้หลายฝ่ายกำลังตื่นตัวกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของวงการโทรทัศน์เมืองไทย หลังจากที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เผยว่า ได้เริ่มวางโครงการประมูลคลื่นโทรทัศน์ระบบดิจิตอล ซึ่งจะทำให้ประชาชนชาวไทยมีฟรีทีวีดูมากกว่า 24 ช่อง และคาดว่าภายใน 8 ปี หรือ ใน พ.ศ. 2563 จะมีการยกเลิกระบบอนาล็อกที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันอย่างสิ้นเชิง ทำให้เจ้าของสถานีโทรทัศน์ช่องต่าง ๆ จึงต้องเริ่มปรับตัวเพื่อเตรียมรองรับระบบใหม่ที่กำลังจะมาถึง ทว่า ทีวีจิตอล คืออะไร มีข้อดี ข้อเสียอย่างไร ทำไมการเปลี่ยนแปลงระบบในครั้งนี้ถึงดูยุ่งยากวุ่นวายนัก วันนี้เรามีคำตอบมาฝากจ้า

โทรทัศน์ระบบดิจิตอล (Digital television) หรือที่เราเรียกกันว่า ทีวีดิจิตอล คือการส่งผ่านของคลื่นเสียงและวิดีโอโดยใช้สัญญาณดิจิตอลที่มีประสิทธิภาพสูงทั้งความคมชัดของภาพและเสียง และสามารถส่งข้อมูลได้มากกว่าแบบอนาล็อกในหนึ่งช่องสัญญาณ ดังที่เรียกว่า มัลติแคสติ้ง (Multicasting) ฉะนั้น แม้ตัวภาพและเสียงจะคมชัดกว่าแบบอนาล็อก แต่ก็ต้องใช้โทรทัศน์ระบบ HDTV รวมถึงติดตั้งกล่องรับสัญญาณด้วย แต่ข้อดีของระบบดิจิตอล คือ รองรับการใช้งานในรูปแบบสื่อผสมต่าง ๆ ทั้งสมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ต ซึ่งจะทำให้ผู้ชมสามารถรับชมรายการได้ทุกที่ไม่มีสะดุด

  แต่การเปลี่ยนระบบในครั้งนี้ ยังมีข้อสงสัยว่า ทีวีดิจิตอล ทั้ง 24 ช่องนี้ สามารถดูผ่านจานรับดาวเทียมได้เหมือน ช่อง 3 ช่อง 5 ช่อง 7 ช่อง 9 ช่อง 11 และไทยทีพีเอส หรือไม่ แต่ถ้าดูผ่านจานรับดาวเทียมไม่ได้ คำถามใหม่ คือ สำหรับผู้ที่ติดจานดาวเทียมไปแล้วจะทำอย่างไร ระหว่างซื้อกล่องรับสัญญาณเพื่อดู 24 ช่อง หรือดูผ่านทีวีดาวเทียม 200 ช่อง นอกจากนี้ก็ยังมีคำถามอื่น ๆ ตามมาอีกมากมาย และเพื่อให้ได้รู้จักระบบดิจิตอลกันมากขึ้น เราได้สรุปข้อดีข้อเสียของระบบคร่าว ๆ มาดังนี้

ข้อดีของระบบดิจิตอล

         - ภาพและเสียงคมชัด เพราะไม่มีคลื่นแทรก หรือการสะท้อน
         - มีช่องรายการหลากหลายให้เลือกรับชม
         - ควบคุมสัญญาณได้ง่าย ทำให้เปิดบริการเสริมได้ เช่นเดียวกับระบบเคเบิ้ลรายเดือน
         - สามารถพัฒนาประสิทธิภาพได้ เช่น การรับชมผ่านโทรทัศน์จอกว้าง (WIDE SCREEN) โทรทัศน์ความคมชัดสูง (HDTV)  รวมทั้งการรับชมผ่านทางสมาร์ทโฟน และแท็บเล็ต

ข้อเสียของระบบดิจิตอล
         - ควบคุมโฆษณาที่เผยแพร่ผ่านช่องรายการต่าง ๆ ได้ยากขึ้น
         - อาจกลายเป็นช่องทางที่ใช้เพื่อปลุกระดมความขัดแย้งทางการมือง
         - มีค่าใช้จ่ายในการซื้อกล่องรับสัญญานมาติดตั้ง
         - มีค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนจอโทรทัศน์เพื่อให้รองรับกับเทคโนโลยีใหม่ ๆ

 สำหรับประเด็นการควบคุมการเผยแพร่โฆษณาผ่านทางดิจิตอลทีวีนั้น คุณสุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการ กสทช. ด้านคุ้มครองผู้บริโภค มั่นใจว่า โฆษณาทางฟรีทีวี หรือ ช่องดิจิตอลนี้ จะควบคุมได้ง่ายกว่า ช่องเคเบิ้ล และทีวีดาวเทียม เพราะเป็นช่องที่เกิดใหม่พร้อมกับกติกาของ กสทช.  และจำนวนนาทีในการโฆษณาจะมีน้อยกว่า ส่วนกรณีที่อาจมีการผลิตรายการเพื่อปลุกระดมให้เกิดความแตกแยก เกลียดชังนั้น รายการเหล่านี้ก็ต้องปรับผังรายการให้เข้ากับเงื่อนไขที่ กสทช. กำหนด ไม่เช่นนั้นก็จะไม่ได้ใบอนุญาต เป็นต้น

         ในส่วนของการซื้อกล่องรับสัญญาณภาพนั้น เมื่อวันที่ 15 มกราคม ที่ผ่านมา กสทช. มีมติเห็นชอบในแนวทางการแจกคูปองให้กับ 22 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ เพื่อสนับสนุนการจัดซื้อกล่องรับสัญญาณ (Set top box) ซึ่งวิธีนี้ถือเป็นกระบวนการเยียวยาผลกระทบที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงระบบในการส่งสัญญาณโทรทัศน์จากอนาล็อกไปสู่ระบบดิจิตอลในประเทศไทย

         นอกจากนี้ ยังมีการคาดการณ์ว่า การเปลี่ยนแปลงระบบทีวีอนาล็อกมาสู่ทีวีดิจิตอลนี้ จะเป็นการเปิดโอกาสให้กลุ่มทุนรายใหม่ ๆ หันมาลงทุนในอุตสาหกรรมสื่อกันมากขึ้น และเป็นการลดการผูกขาดสื่อทีวีลงจากเดิม ซึ่งผู้บริโภคจะเป็นได้รับประโยชน์จากเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้เป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตาม รายละเอียดของการเปลี่ยนแปลงระบบ ยังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาแนวทาง รวมถึงอยู่ระหว่างการทดสอบสัญญาณ ซึ่งยังไม่ชัดเจนว่า จะมีผลกระทบต่อผู้ใช้บริการที่ติดตั้งเคเบิ้ลทีวี หรือจานดาวเทียมต่าง ๆ หรือไม่ ดังนั้นคงต้องติดตามกันต่อไปว่า ทาง กสทช .จะมี บทสรุปเรื่องการปรับเปลี่ยนสัญญาณในครั้งนี้อย่างไรต่อไป   ติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่เว็บไซต์ กสทช ต่อไปครับ


ที่มา .. http://tnews.teenee.com/etc/91072.html

workpointTV วาไรตี้เต็มจอ


workpointTV  เป็นสถานีโทรทัศน์ของ บริษัทเวิร์คพอยต์ เอ็นเตอร์เทนเมนต์ จำกัด เป็รายการประเภทวาไรตี้ ออกอากาศ 24 ชั่วโมง หลากหลายช่องทาง เช่น ทางจานรับสัญญานซีแบนด์ และเคยูแบนด์ ทางระบบทรูวิชันส์ และเคเบิลทีวีท้องถิ่น ทั่วประเทศ



ดูผังรายการ WorkPoint TV
www.workpointtv.com/

โทรทัศน์ระบบดิจิตอลคืออะไร

โทรทัศน์ดิจิตอล (Digital television) คือการส่งผ่านของเสียงและวิดีโอโดยสัญญาณดิจิทัลที่มีประสิทธิภาพสูงทั้งความคมชัดของภาพและเสียง การส่งข้อมูลแบบนี้สามารถส่งข้อมูลได้มากกว่าแบบแอนะล็อกในหนึ่งช่องสัญญาณ จึงเรียกได้อีกอย่างว่า Multicasting การส่งสัญญาณเป็นแบบดิจิตอลจึงทำให้ได้คุณภาพของภาพและเสียงดีกว่าด้วย เช่น โทรทัศน์ระบบ HDTV ตรงกันข้ามอะนาล็อกก็ใช้กับสัญญาณโทรทัศน์อะนาล็อก หลายประเทศจะเปลี่ยนการรับสัญญาณโทรทัศน์จากระบบอะนาล็อกเป็นโทรทัศน์ระบบดิจิทัล เพื่อออกอากาศโทรทัศน์แบบอะนาล็อกได้ จึงใช้วิทยุคลื่นความถี่เดิม โทรทัศน์แต่เดิมใช้ระบบอนาลอก (analog) หรือเชิงเส้นทั้งในภาคการส่งสัญญาณและภาครับสัญญาณ แต่ต่อมาเมื่อระบบคอมพิวเตอร์ได้มีการพัฒนาอย่างกว้างขวางขึ้น จึงได้มีการนำระบบคอมพิวเตอร์นำมาพัฒนาใช้ในการช่วยโทรทัศน์ แต่ต่อมาได้มีผู้เล็งเห็นว่าหากนำ เทคโนโลยีของคอมพิวเตอร์มาผสมผสานกับเทคโนโลยีของโทรทัศน์ คงจะเป็นประโยชน์อย่างมหาศาลคอมพิวเตอร์นั้นใช้ส่งสัญญาณ และรับสัญญาณในระบบดิจิตอล ดังนั้น จึงได้ปรับปรุงโทรทัศน์ให้ใช้ระบบดิจิตอลด้วย เนื่องจากโทรทัศน์ใช้กันทั่วโลก การเปลี่ยนระบบจากอนาลอกเป็นระบบดิจิตอล จึงต้องเปลี่ยนทั่วโลก ซึ่งคณะกรรมการสหภาพโทรคมนาคมสากล (ITU) กำลังประชุมกันอยู่ โดยกำหนดมาตรฐานดังนี้ 1.ระบบแพร่ภาพดิจิตอลผ่านดาวเทียม (DVB-S The Digital Video Broadcasting Satellite System) , 2.ระบบแพร่ภาพดิจิตอลผ่านสายเคเบิล (DVB-C the digital cable eleliverly system) และ 3. ระบบแพร่ภาพดิจิตอลภาคพื้นดิน (DVB-T the Digital Terrestrial Television System)

กลไกการทำงาน

เป็นระบบการรับส่งสัญญาณภาพและเสียงที่มีข้อมูลที่มีการเข้ารหัสเป็นดิจิตอล ทีมีค่า “0” กับ “1” เท่านั้น โดยมีกระบวนการต่าง ๆ ที่จะทำการแปลงสัญญาณภาพและเสียงให้เป็น ดิจิตอล มีการบีบอัดข้อมูล ทำการเข้ารหัสข้อมูล ก่อนที่จะทำการมอดูเลตข้อมูลดิจิทัลเหล่านี้เพื่อส่งผ่านตัวกลางไปสู่ผู้รับปลายทาง ซึ่งต่างกันอย่างสิ้นเชิงกับโทรทัศน์ระบบอะนาล็อก เมื่อสัญญาณดิจิตอลถูกส่งมายังเครื่องรับโทรทัศน์ จะผ่านกระบวนการบีบอัดข้อมูลสัญญาณดิจิตอล โดย MPEG-2 หรือ MPEG-4 ทำการถอดรหัส หลังจากนั้นสัญญาณจะถูกส่งไปยังหลอดภาพ แล้วหลอดภาพจะยิงลำแสงออกไปยังหน้าจอโทรทัศน์ ทำให้เกิด Pixel (จุดภาพ) บนจอภาพ ซึ่งในระบบ HDTV นั้นจะให้ภาพที่มีความละเอียดของ Pixel สูงกว่าโทรทัศน์ทั่วไปมาก จึงทำให้ภาพที่ออกมามีความคมชัด ละเอียด และไม่มีการกระพริบของสัญญาณภาพ ลักษณะการยิงลำแสง แบ่งได้ 2 แบบ คือ Interlaced Scanning และProgressive Scanning[1]
  • 480i/576i (SDTV) เป็นสัญญาณโทรทัศน์ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน เป็นแบบดิจิทัล[2]
  • 480p/576p (EDTV) เป็นโทรทัศน์ที่มีความชัดเจนเพิ่มขึ้น (Enhanced Definition Television) หรือEDTV ที่ให้ภาพชัดเจนใกล้เคียงกับ HDTV ซึ่งดีกว่าที่รับชมกันในขณะนี้และทุกวันนี้สามารถ เล่นแผ่นดีวีดีทั้งหมดกับ EDTV ได้
  • 720p (HDTV) เป็น HDTV format ที่ให้คุณภาพใกล้เคียงกับ 1080i แต่ก็ยอมให้ส่งสัญญาณ 480p ได้ด้วย
  • 1080i (HDTV) เป็น HDTV image ที่มีคุณภาพของภาพที่คมชัดซึ่งเป็นแบบที่ผู้ให้บริการโทรทัศน์ใช้อยู่

[แก้]ดิจิตอล คือ อะไร

ดิจิต แปลว่า นิ้ว ในสมัยโรมันการคิดเลขใช้วิธีนับนิ้ว ดังนั้น อะไรที่ใช้คิดเลขก็จะเรียกว่า ดิจิตอล เนื่องจากนิ้วมี 10 นิ้ว การนับจึงเรียกว่าเลขฐาน 10 คือ นับ ตั้งแต่ 1,2,3,4,5,6,7,8,9,0 เมื่อถึง 0 แล้วจะนับต่อต้องเอาเลขมาเรียงกันก็จะได้ 10,11,12,13,14,15 เป็นต้น มีวิธีนับอีกวิธีหนึ่ง ที่เรียกว่า เลขฐาน 2 คือ 1 และ 0 ตัวเลขฐาน 1 และ 0 ตัวเลขฐาน 2 นี้จะเรียงต่อกันไปและเปลี่ยนเป็นเลขฐาน 10 ได้เช่น 0 เท่ากับ 0 , 1 เท่ากับ 1 , 10 เท่ากับ 2 , 11 เท่ากับ 3 เป็นต้น ตัวเลข 0 และ 1 ที่วิ่งตามกันเป็นแถวก็จะสามารถปลี่ยนแปลงปรับปรุงให้ถูกต้องได้ไม่ยาก เพราะไม่ใช่ 0 ก็ต้องเป็น 1 ไม่ใช่ 1 ก็ต้องเป็น 0 คอมพิวเตอร์ใช้สัญญาณดิจิตอล คือ เลข 0 และ เลข 1 เวลาส่งสัญญาณก็แปลงเป็นไฟฟ้าก่อน ที่ใดมีสัญญาณ 0 คือ ปิดสวิทซ์ ถ้าเปิดสวิตซ์ สัญญาณก็จะเป็น 1 ด้วยวิธีการเปิด และปิดสวิตซ์นี้ เราก็สามารถส่งสัญญาณดิจิตอลได้ การเปิดและปิดสวิตซ์นี้ใช้วงจรอิเล็กทรอนิกส์ จึงทำให้เปิด-ปิดได้เร็วและเรียบร้อย

[แก้]คอมพิวเตอร์เข้ามาในโทรทัศน์ได้อย่างไร

ในระยะแรกคอมพิวเตอร์เข้ามาในวงการโทรทัศน์เพื่อมาช่วยในบริหารและการจัดการ เช่น คิดบัญชี ทำบัญชีสิ่งของ ทำบัญชีบุคลากร และการใช้เป็นเครื่องมือในสำนักงาน เป็นต้น ต่อมาก็ใช้ในการทำระบบอัตโนมัติในสำนักงาน ใช้ในการช่วยส่งข่าวบ้าง ใช้ในการบันทึกข้อความบ้าง ต่อมาเมื่อมีระบบกราฟิกเข้ามา ได้ใช้คอมพิวเตอร์ทำตัวอักษรและทำกราฟิคต่างๆ ตลอดจนช่วยในการทำภาพโฆษณาต่างๆ ตลอดจนช่วยในการทำภาพโฆษณา ภาพพิเศษต่างๆ ภาพที่คอมพิวเตอร์สร้างขึ้นทำได้สวยงามวิจิตรพิสดารเป็นอย่างมาก เช่น ภาพนกกินหยดน้ำ นกที่ทำด้วยคอมพิวเตอร์สวยยิ่งนัก ทำให้เกิดภาพอื่นๆ ขึ้นมาอีกมากมายหลายแบบ จนกระทั่งทำให้ภาพนิ่งเคลื่อนไหวได้ (Animation) ตัวการ์ตูนตัวเดียว สามารถเคลื่อนไหวได้สารพัด ทำให้ สามารถสนองตอบจินตนาการของผู้สร้างภาพยนตร์การ์ตูน ได้เป็นอย่างดีทั้งนี้เพราะดิจิตอลสามารถเปลี่ยนแปลง และแปรผันได้ตามโปรแกรมที่จัดเข้ามา
การบันทึกภาพในระบบอนาลอกนั้น เมื่อนำไปกระทำซ้ำต่อกันหลายครั้ง ภาพจะมีคุณภาพลดลง คือ ไม่ชัดเท่ากับต้นฉบับ แต่ในระบบดิจิตอลนั้นแม้จะนำไปกระทำซ้ำ ต่อเนื่องกันหลายสิบครั้งภาพก็ยังคงมีคุณภาพคงเดิม ด้วยข้อดีนี้จึงมีการนำเอาระบบดิจิตอล มาใช้ในเครื่องบันทึกภาพโทรทัศน์และเครื่องบันทึกภาพ แบบอื่นๆ ต่อมาได้มีการพัฒนากล้องโทรทัศน์ให้เป็นระบบดิจิตอลบ้าง การนำเอาดิจิตอลมาใช้กับกล้องโทรทัศน์นี้ มิใช่ว่าจะทำให้คมชัดอย่างเดียวเพราะกล้องที่คมชัดมากๆ ภาพจะไม่สวย เพราะจะเห็นสิวฝ้า ตลอดจนรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้า ชนิดที่เจ้าของหน้าเห็นเข้าอาจเป็นลมไปเลยก็ได้ แต่ดิจิตอลมีข้อดีตรงที่บังคับ และเปลี่ยนแปลงได้ง่ายๆ เพียงกดปุ่มอัตโนมัติ ใบหน้าที่เต็มไปด้วยสิวและรอยเหี่ยวย่นก็จะกลายเป็นหน้าที่มีผิวสีชมพูระเรื่อ ผิวเนียนอย่างนางงามผิวเนียนอะไรอย่างนั้น แต่ก็จะเป็นเฉพาะบางกล้องเท่านั้น เพราะกล้องดิจิอตอลที่คุณภาพต่ำก็มี แตถ้าคุณภาพสูง ภาพจะสวยแต่ราคาก็จะแพงมากเช่นกัน
เมื่อกล้องก็เป็นดิจิตอลแล้วอุปกรณ์อื่นๆ เช่น เครื่องตัดต่อภาพ เครื่องลำดับภาพ เครื่องทำภาพพิเศษ เครื่องกำเนิดสัญญาณซิงค์ เครื่องกระจายสัญญาณและเครื่องควบคุมอื่นๆ ก็ได้รับการพัฒนาให้เป็นดิจิตอลไปด้วยรวมถึงทั้งอุปกรณ์ห้องส่ง หรืออุปกรณ์ห้องผลิตรายการทั้งหมด แม้แต่การบังคับไฟที่ให้แสงในการถ่ายทำก็บังคับด้วยดิจิตอล รวมความแล้ว่าระบบในห้องส่งโทรทัศน์ได้รับการพัฒนาให้เป็นระบบเป็นดิจิตอลทั้งหมด สายที่ส่งสัญญาณเข้ามาก็ถูกเปลี่ยนเป็นระบบดิจิตอล แต่การส่ง สัญญาณ จากสถานีไปยังเครื่องรับโทรทัศน์ตามบ้านผู้ชมนั้นยังไม่ได้ ใช้ระบบดิจิตอล เพราะเครี่องรับโทรทัศน์ของผู้ชมยังเป็นอนาลอกอยู่ การที่จะเปลี่ยนเครื่องรับหลายพันล้านเครื่องให้เป็นระบบดิจิตอล โดยโยนเครื่องเก่าทิ้งหมดนั้นทำไม่ได้ เป็ฯการเดือดร้อนต่อประชาชนผู้รับชมแต่ความจำเป็นในการเปลี่ยนระบบก็ยังคงมีเพราะทุกวันนี้ความถี่วิทยุมีจำนวนจำกัด ส่วนสถานีวิทยุโทรทัศน์ตลอดจนการสื่อสารต่างๆ เกิดขึ้นทุกวันจึงมีความจำเป็นต้องใช้ความถี่เพิ่มขึ้นอย่างมาก ดังนั้นระบบดิจิตอลจึงสามารถตอบรับความต้องการนี้ได้เป็นอย่างดีเพราะระบบดิจิตอลสามารถบีบอัดความกว้างของช่องสัญญาณให้ลดลง ทำให้สามารถเพิ่มช่องทางการส่งสัญญาณได้อีกมากมาย
ตัวอย่างเช่น ดาวเทียม 1 ดวงมี ช่อง สัญญาณดาวเทียม 12 ช่องสัญญาณถ้าจะส่งโทรทัศน์ในระบบอนาลอกไม่มีการบีบอัดสัญญาณจะส่งได้ ทั้งหมด 24 ช่องโทรทัศน์ คือ 2 ช่องต่อ 1 ทรานสปอนเดอร์ แต่ถ้าส่งในระบบดิจิตอลและมีการบีบอัดสัญญาณ (Compression) จะสามาระส่งได้ถึง 10 ช่อง โทรทัศน์ต่อ 1 ทรานสปอนเดอร์ ดาวเทียมดวงหนึ่ง 12 ทรานสปอนเดอร์ จะส่งโทรทัศน์ได้ถึง 120 ช่อง สายเคเบิลก็เช่นเดียวกัน ถ้าส่งในระบบอนาลอกก็จะส่งได้น้อยช่องกว่าส่งด้วย

[แก้]ระบบดิจิตอลที่มีการบีบอัดสัญญาณ

การส่งโทรทัศน์ในระบบดิจิตอลนั้นได้เริ่มต้นโดยการส่งสัญญาณผ่านทางดาวเทียมและโทรทัศน์ทางสาย หรือ เคเบิลเทเลวิชั่น (Cable Television) และเนื่องจากระบบดิจิตอลนี้ ควบคุมได้ง่าย การสั่งการก็ง่าย จึงเกิดโทรทัศน์ 2 ทางขึ้นและเกิดรายการ เปย์เปอร์วิว (Pay Per View) หรือการรับชมรายการที่ต้องจ่ายเงินเป็นรายเรื่อง และเนียร์วีดิโอออนดีมานด์ (Near video on Demand) คือการรับชมตามเวลาที่กำหนดโดยต้องจ่ายค่าบริการเป็นรายเดือนและ วิดิโอออนดีมานด์ (Video on Demand) คือ การรับชมรายการใดก็ได้ตามรายการที่ระบุไว้โดยต้องจ่ายค่าบริการเป็นรายเดือน
ส่วนการรับสัญญาณนั้นก็จำเป็นจะต้องให้เครื่องรับโทรทัศน์ที่ใช้อยู่เดิมรับได้ด้วย ดังนั้นหากใครต้องการที่จะรับโทรทัศน์จากดาวเทียมก็ต้องมีจานรับประกอบกับอุปกรณ์ร่วม คือ กล่องไออาร์ดี (IRD) ซึ่งต้องนำมาติดตั้ง กับเครื่องรับโทรทัศน์ก็จะสามารถรับโทรทัศน์ จากดาวเทียมในระบบดิจิตอลได้ ซึ่งเรารู้จักกันในนาม ดีทีเอช ( DTH ) หรือ ไดเร็คทูโฮม ( Direct to home ) โดยจานจะรับสัญญาณจากดาวเทียมมาขยายและส่งเข้ากล่องไออาร์ดี กล่องนี้จะแปลงสัญญาณดิจิตอลจากดาวเทียมให้เป็นสัญญาณโทรทัศน์ ในระบบอนาล็อกแล้วส่งไปยังเครื่องรับโทรทัศน์
ส่วนระบบเคเบิลทีวีก็มีกล่องอยู่ด้านหน้าหรือด้านบนของเครื่องรับโทรทัศน์เดิมเช่นกัน เรียกว่าเซททอปบ๊อก (Set top box) กล่องนี้ก็จะทำหน้าที่แปลงสัญญาณโทรทัศน์ในระบบอนาล็อกและเปลี่ยนช่องสัญญาณส่งเข้าเครื่องรับโทรทัศน์ ส่วนการควบคุมการใช้ทางเคเบิลทีวีก็จะควบคุมจากรีโมทคอนโทรลและเนื่องจากเป็นระบบดิจิตอล การควบคุมก็จะทำได้อย่างสะดวก การสั่งฉายภาพยนตร์เรื่องที่ต้องการก็สามารถสั่งได้ตามเวลาที่กำหนดไว้ หรือเปลี่ยนช่องสัญญาณได้ง่ายการปรับแต่งต่าง ๆ ทำได้ง่าย ๆ

การส่งโทรทัศน์ในระบบดิจิตอล (Digital)

เดิมทีการส่งโทรทัศน์จะส่งในระบบอนาลอก ( Analog ) แต่เมื่อมีสถานีส่งโทรทัศน์มากขึ้นก็เกิดปัญหาการรรบกวนเกิดขึ้น เพราะความถี่มีจำนวนจำกัด การส่งโทรทัศน์ในระบบอนาลอกนั้น ในเมืองเดียวกันจะส่งความถี่ใกล้เคียงกันไม่ได้ ต้องส่งช่องเว้นช่อง เช่นใน กทม. ส่งช่อง 3 5 7 9 11 จะส่งช่อง 2 4 6 8 10 12 ไม่ได้ ถ้าจะส่งช่อง 2 4 6 8 10 12 จะต้องส่งให้ห่างจาก กทม. อย่างน้อย 200 กม. เช่นที่ นครสวรรค์ ระยอง หรือ ประจวบคีรีขันธ์ นอกจากนี้ยังมีปัญหาอื่น ๆ อีก อาทิ
1. สัญญาณรบกวนจากอุปกรณ์ไฟฟ้าและแม่เหล็กอื่น ๆ ทำให้ภาพไม่คมชัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่องต่ำ
2. สัญญาณที่ส่งมาจากสถานีวิทยุหรือโทรทัศน์อื่น ๆ มารบกวนทำให้รับไม่คมชัด
3. สัญญาณที่สะท้อนจากตึก สิ่งปลูกสร้าง หรือภูเขาทำให้เกิดเงาที่จอเครื่องรับโทรทัศน์ ทำให้ได้รับไม่ ชัดเจนและน่ารำคาญ
4. เนื่องจากไม่สามารถบีบอัดสัญญาณได้ จึงต้องใช้ความถี่มากทำให้มีสถานีได้น้อย
5. การที่จะส่งสัญญาณอื่น ๆ ร่วมไปด้วยทำได้โดยยาก
ยังมีเหตุผลอื่น ๆ อีก แต่เหตุผลที่สำคัญคือ การมีช่องสัญญาณน้อยไม่พอใช้ จึงต้องนำระบบดิจิตอล มาแก้ปัญหาเพื่อให้มีช่องสัญญาณออกอากาศรายการได้มากขึ้น

ประโยชน์ของการส่งโทรทัศน์ในระบบดิจิตอล
การส่งโทรทัศน์ในระบบดิจิตอลนั้นได้ประโยชน์หลายประการ เช่น
1.ทำให้ใช้ประโยชน์จากช่องสัญญาณได้มากขึ้น เช่น เดิม 1 ช่องใช้ได้ 1 รายการ เมื่อหันมาใช้ระบบดิจิตอล มีการบีบอัดสัญญาณ ( Digital Compression ) ก็จะสามารถส่งได้ถึง 4-6 รายการทางภาคพื้นดิน และ 8-10 รายการทางดาวเทียม
2. ให้บริการเสริมได้ ( ถ้ากฎหมายอนุญาต )
3. สามารถรับชมขณะอยู่ในพาหนะเคลื่อนที่ได้ เช่น รับโทรทัศน์บนรถยนต์ได้ชัดเจนในบางความถี่
4. สามารถให้บริการฟรี ( Free to Air ) หรือบริการเก็บค่าสมาชิกได้
5. ค่าใช้จ่ายในการออกอากาศต่อ 1 รายการลดลง เพราะเครื่องส่ง 1 เครื่อง สามารถส่งได้หลายรายการ
6. พัฒนาให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นได้ เพื่อรับกับวิวัฒนาการของการส่งและรับโทรทัศน์ในอนาคต เช่น โทรทัศน์จอกว้าง ( WIDE SCREEN ) โทรทัศน์ความคมชัดสูง ( HDTV )
7. ประหยัดพลังงานในการส่งโทรทัศน์ เนื่องจากเครื่องส่งใช้กำลังออกอากาศลดลง
8. คุณภาพในการรับชมดีขึ้น ไม่มีเงา การรบกวนน้อย เพราะถ้าจะรับได้ชัดก็ชัดเลยแต่ถ้าอยู่ในที่รับไม่ชัดก็จะรับไม่ได้ ดังนั้นหากต้องการรับชมก็ต้องขวนขวายหาวิธีรับจากทางอื่น เช่น จากเคเบิลทีวี หรือจากดาวเทียม ซึ่งถ้ารับได้ก็จะได้ชัดเจนไม่มีเงาและสิ่งรบกวน หรือถ้ามีการรบกวนก็จะมีในเปอร์เซ็นต์ที่น้อยมาก

การรับโทรทัศน์ในระบบดิจิตอล
เมื่อมีการส่งโทรทัศน์ในระบบดิจิตอล เป็นการส่งในเชิงตัวเลข แต่เครื่องรับโทรทัศน์ในปัจจุบัน เป็นเครื่องรับแบบอนาลอก ซึ่งมีอยู่มากมาย ทั่วโลกนับพันล้านเครื่อง เฉพาะในประเทศไทยมีถึง 15,586,000 เครื่อง ( ตามข้อมูลของสมาคมโฆษณาธุรกิจแห่งประเทศไทย ) ถ้าจะให้ทิ้งเครื่องรับโทรทัศน์เก่าทั้งหมด ก็จะเป็นปัญหาแน่ คือ
1. จะเอาเงินที่ไหนมาซื้อเครื่องใหม่ซึ่งจะประมาณเท่ากับ 15 ล้าน คูณด้วย 1 หมื่นบาท เท่ากับ 1 แสนห้าหมื่นล้านบาท
2. การที่จะสร้างเครื่องรับ 15 ล้านเครื่องในวันเดียวกันนั้นทำไม่ได้ดังนั้นจึงต้องใช้เครื่องรับโทรทัศน์เก่าไปก่อนและ แก้ปัญหาโดยทางสถานีโทรทัศน์ส่งสัญญาณทั้งในระบบอนาลอกแบบเดิม และส่งในระบบดิจิตอลควบคู่กันไป ผู้ใดที่ต้องการรับในระบบอนาลอกกรับไป ผู้ใดต้องการรัรบในระบบดิจิตอลก็รับไป
การรับสัญญาณในระบบดิจิตอลใช้เครื่องรับในระบบอนาลอกธรรมดานั้นเพียงแต่ติดเซททอป (SET TOP) ไว้ที่ด้านหน้าเพื่อแปลงสัญญาณดิจิตอลให้เป็นอนาลอกก่อนที่รับสัญญาณจากสายอากาศและถ้ามีการบีบอัดสัญญาณด้วย ก็จะต้องมีเครื่องขยายสัญญาณจากสายอากาศและถ้ามีการบีบอัดสัญญาณด้วย ก็จะต้องมีเครื่องขยายสัญญาณออกให้เท่าเดิมจึงจะรับกันได้ หรือมีเครื่องที่รับได้เฉพาะสมาชิกบอกรับก็จะต้องมีเครื่องถอดรหัสสมาชิกบอกรับด้วย
ปัญหาที่จะเกิดก็คือเครื่องเซททอป (SET TOP) ราคายังค่อนข้างแพง ถ้าเครื่องนี้มีราคาถูกลงก็จะทำให้คนรับโทรทัศน์ในระบบดิจิตอลมากขึ้น ผู้ประกอบการโทรทัศน์ในระบบดิจิตอลจึงต้องคำนึงถึงเรื่องนี้เป็นอย่างมาก แต่เมื่อมีความจำเป็นต้องส่งออกอากาศให้ได้ ทุกฝ่ายก็ต้องหาทางเอาเองเช่น
1. ทำเครือข่ายเล็ก ๆ ซึ่งเมื่อคำนวณค่าเครื่องรับแล้วมีไม่เกิน 1000 เครื่อง ค่าใช้จ่ายก็คงไม่มาก
2. ในที่ที่ไม่สามารถจะส่งระบบอนาลอกได้จริง ๆ ก็จำเป็นที่จะส่งในระบบดิจิตอล เช่น ในท้องถิ่นที่ความถี่เต็มแล้วหรือโทรทัศน์ท้องถิ่น เป็นต้น
3. ทางด้านการศึกษาซึ่งต้องการรายการมาก เนื่องจากมีหลายสาขาสวิชาและแต่ละสาขาก็มีวิชาที่จะต้องสอนอย่างหลากหลาย ดังนั้นการที่จะไปสร้างสถานีโทรทัศน์ภาคพื้นดินตั้ง 20 ช่อง ก็คงไม่มีทางเป็นไปได้ แต่ถ้าส่งในระบบดิจิตอลไปยังผู้รับชมกลุ่มเป้าหมายจำนวนจำกัดก็คงไม่ต้องใช้งบประมาณมากนัก
4. สถานีที่ทำไว้เพื่อความทันสมัยในวันข้างหน้า ควรทำการส่งในระบบดิจิตอลทางภาคพื้นดินขนาน ไปกับการส่งในระบบอนาลอกด้วย รายการเดียวกัน อาทิเช่น สถานโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ในอนาคต ข้างหน้าอาจส่งออกอากาศทั้ง 2 ระบบ ดังนั้นใครรับช่อง 3 ไม่ชัดก็สามารถหันไปรับสัญญาณในระบบดิจิตอลได้ ทำให้ประชาชนมีทางเลือก ระยะแรกคนที่รับดิจิตอลก็อาจมีไม่มากนัก แต่เมื่อเซททอปมีราคาถูกลงหรือมีผู้ทำเครื่องรับโทรทัศน์ที่รับได้ทั้งอนาลอกและดิจิตอลในตัวของมันเองขึ้นมา ราคาก็คงจะไม่แพงมากนัด เหมือนกันซื้อเครื่องรับธรรมดากับเครื่องรับที่รับได้ทุกระบบทั่วโลกในขณะนี้ ซึ่งผู้ซื้อไม่รู้สึกว่าแพงเลย แต่มีความคมชัดมาก
5. โทรทัศน์ 2 ทาง ซึ่งใช้ในการศึกษา การแพทย์ การประชุมทางไกล และอื่น ๆ ที่ใช้ดิจิตอล
6. มหาวิทยาลัย โรงงานอุตสาหกรรม โรงเรียน วิทยาลัย กิจการทหารและกิจการพิเศษบางอย่างจะใช้ดิจิตอล เพราะต้องการนำเสนอรายการมากรายการ
7. โทรทัศน์ท้องถิ่นจะใช้ดิจิตอล เพราะเป็นเครื่องส่งเล็กสามารถใช้ความถี่ซ้ำกันได้
8. โทรทัศน์พิเศษอื่น ๆ เช่น โทรทัศน์เพื่อคนพิการ โทรทัศน์เพื่อการกีฬา จะใช้ดิจิตอล เพราะสามารถส่งข้อมูลอื่นควบคู่ไปได้ด้วย
9. โทรทัศน์โรงแรมซึ่งมีรายการพิเศษเฉพาะในโรงแรมของตนจะใช้ระบบดิจิตอล เพราะความสามารถให้ความหลายหลายทางด้านรายการกับผู้มาใช้บริการและที่สำคัญค่าใช้จ่ายต่อรายการถูกกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
10. โทรทัศน์สมาชิกบอกรับ จะใช้ดิจิตอล เพราะต้องการช่องรายการมาก
11. โทรทัศน์ที่มีความคมชัดสูง (HDTV)
12. โทรทัศน์กิจการพิเศษ ซึ่งใช้เฉพาะกลุ่มเป้าหมายในเชิงปิดลับจะใช้ดิจิตอล
13. โทรทัศน์ผ่านโครงข่ายโทรคมนาคม (Telecom Network) เช่น อินเทอร์เน็ต ฯลฯ

[แก้]โทรทัศน์ระบบดิจิทัลในไทย

ในประเทศไทยจะใช้ DVB เป็นมาตรฐานหลักในการออกอากาศระบบดิจิทัล ทั้งภาคดาวเทียม และเคเบิล (DVB-S, DVB-C) ที่มีผู้ให้บริการหลายราย ทั้งแบบบอกรับสมาชิก และแบบซื้อขาดไม่มีรายเดือน ส่วนภาคพื้นดินนั้นเดิมทีจะใช้ระบบ DVB-T ซึ่งเคยมีการทดสอบเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2543 ถึงพฤษภาคม 2544 จากตึกใบหยก 2 แต่ความล้าช้าของการออกกฎหมายกสช ผ่านมา 10 ปี เทคโนโลยี DVB พัฒนาดีขึ้น ประเทศไทย และสมาชิกอาเซียนจึงมีการตกลงจะใช้ระบบ DVB-T2 ประเทศไทยต้องรอการอนุญาตจากกสทชก่อน ซึ่งเดือนมีนาคม พ.ศ. 2555 จะประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา[3] เพื่อเริ่มนำร่องโครงการทดลอง ดิจิทัล ทีวี ภาคพื้นดิน และในรูปแบบโทรศัพท์ที่สามารถดูโทรทัศน์ได้ เป็นลำดับแรกในเดือนมิถุนายน 2555[3] การทดลองดิจิทัลทีวี DVB-T2 เคยทดลองมาแล้วโดยช่อง 5 ในปี พ.ศ. 2554[4] และจะยุติระบบอะนาล็อกในปี พ.ศ. 2558 -พ.ศ. 2563

มาตรฐานการส่งโทรทัศน์ในระบบดิจิตอล

การส่งโทรทัศน์ในระบบดิจิตอลมีการส่งในมาตรฐานต่างกัน เช่น
1.ประเทศอเมริกาใช้มาตรฐาน เอทีเอสซี (ATSC) ซึ่งย่อมาจาก อเมริกัน แอดวานซ์ เทเลวิชั่น ซิสเต็ม ( AMERICAN ADVANCE TELEVISION SYSTEM ) ซึ่งเริ่มใช้มาตั้งแต่ ปี ค.ศ.1998
2.ยุโรป ใช้มาตรฐาน ดีวีบี (DVB) ย่อมาจาก ดิจิตอลวิดิโอ บรอดคาสติ้ง ( DIGITAL VIDEO BROADCASTING ) ติดตั้งและใช้งานในปี 1998
3.ญี่ปุ่นใช้มาตรฐาน ไอเอสดีบี (ISDB) ย่อมาจากคำว่า อินทีเกรดเต็ด เซอร์วิส ดิจิตอล บรอดคาสติ้ง (INTEGRATED SERVICE DIGITAL BROADCASTING) ในปี ค.ศ.1998
ส่วนประเทศอื่น ๆ ก็ได้เริ่มทดลองใช้งานหรือศึกษาว่าจะใช้ระบบใด เช่น จีน ไต้หวัน ใช้ระบบอเมริกัน (ATSC) กลุ่มประเทศยุโรป สแกนดิเนเวีย ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ใช้ระบบ ดีวีบี (DVB) สำหรับสิงคโปร์ติดตั้งและทดลองใช้ทั้ง 2 ระบบ คือทั้งอเมริกัน (ATSC) และยุโรป (DVB) ทั้งนี้โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อจะค้าขาย 2 ระบบนี้ ผ่านประเทศของตนเองสำหรับลูกค้าในภูมิภาคนี้ เพราะเล็งเห็นว่าลูกค้าสามารถจะไปดูตัวอย่างสถานีที่สิงคโปร์ได้ง่ายเพราะใกล้กว่าค่าใช้จ่ายถูกกว่า และสิงคโปร์ก็สามารถเรียกเก็บค่าบริการได้อย่างสบาย และเนื่องจากสิงคโปร์ไม่มีความประสงค์จะแข่งขันกับญี่ปุ่นจึงไม่นำระบบของญี่ปุ่นมาติดตั้ง ส่วนประเทศไทยจะคิดอย่างไรก็ไม่ทราบ ขอกราบเรียนว่าน่าจะใช้ระบบเดียวกันก็จะดี เพราะจะเป็นผลดีกับประชาชน จะได้ไม่ต้องซื้อเครื่อง 2 ระบบ อย่างระบบเสียง 2 ภาษาซึ่งมี 2 ระบบอย่างทุกวันนี้ ส่วนถ้าจะคิดค้าขายแบบสิงคโปร์ก็ควรจะตั้งสถานีระบบอเมริกันเพียงสถานีเล็กสถานีเดียวก็พอ เรื่องนี้สุดแต่จะพิจารณา

[แก้]ระบบการส่งและการรับโทรทัศน์

การส่งและรับโทรทัศน์ในอนาคตอันใกล้นี้ น่าจะเป็นดังนี้
1. การส่งและรับโทรทัศน์ในระบบอนาลอกโดยคลื่นความถี่ภาคพื้นดิน (Terrestrial Television)
2. การส่งโทรทัศน์ในระบบดิจิตอลด้วยคลื่นความถี่ภาคพื้นดิน (Digital Terrstrial Television)
3. การส่งโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมในระบบอนาลอก
4. การส่งโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมในระบบดิจิตอล
5. การส่งโทรทัศน์ระบบสมาชิกบอกรับ ชนิดไร้สาย หรือระบบมัลติพอยท์ มัลติแชนแนล ดิสทริบิวชั่น ซีสเต็ม (Multipoint Multichannel Distribution System) หรือ MMDS เป็นการส่งโทรทัศน์โดยใช้คลื่นผ่านไมโครเวฟเป็นตัวกระจายคลื่น 1-2.3 จิกะเฮิรตซ์ ความถี่ย่านนี้จะรับโดยใช้ระบบอนาลอก
6. การส่งโทรทัศน์ระบบสมาชิกบอกรับชนิดไร้สาย หรือ MMDS โดยใช้ระบบดิจิตอล
7. การส่งเคเบิลทีวีชนิดใช้สายในระบบอนาลอก
8. การส่งเคเบิลทีวีชนิดใช้สายในระบบดิจิตอล
9. การให้บริการโทรทัศน์โดยผ่านโครงข่ายโทรคมนาคมในระบบดิจิตอล
10. การส่งโทรทัศน์โดยการบีบอัดสัญญาณในระบบดิจิตอล ผ่านดาวเทียม
11. การส่งโทรทัศน์ 2 ทาง ( Interactive Television ) ในระบบดิจิตอล
12. การส่งโทรทัศน์ 2 ทาง โดยผ่านดาวเทียมทางหนึ่ง และผ่านเคเบิลใยแก้อีกทางหนึ่ง
13. การส่งโทรทัศน์ความคมชัดสูงผ่านดาวเทียม (HDTV VIA SATELLITE)
14. การส่งโทรทัศน์ความคมชัดสูงผ่านเคเบิลในระบบดิจิตอล

ที่มา วิกิพีเดีย http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%82%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%A8%E0%B8%99%E0%B9%8C%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%A5


วันเสาร์ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2553

TNN24รุกคืบโกยฐานลูกค้า เปิดFree to Air

          TNN24 จับมือ “ไทยคม-พีเอสบี” ลุยขยายฐานลูกค้ากว่า10ล้านครัวเรือน ใน110ประเทศจาก4ทวีปใหญ่ เปิดช่องให้จานดาวเทียมระบบอื่นสามารถจูนรับสัญญาณดูได้ฟรี

15 ต.ค.53 : เมื่อเวลา10.45น. สถานีข่าว Thai News Network หรือ TNN24 สถานีข่าว 24 ชั่วโมง นำโดยนายสมพันธ์ จารุมิลินท กรรมการบริหารบริษัท ซีนีเพล็ก จำกัด ประธาน ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารสถานีข่าวโทรทัศน์ TNN24 พร้อมด้วยคณะผู้บริหารฯ ดร.นงลักษณ์ พินัยนิติศาสตร์ กรรมการผู้อำนวยการ บ.ไทยคม จำกัด และนายสมพร ธีระโรจนพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บ. พีเอสไอ โฮลดิ้ง จำกัด ร่วมกันแถลงข่าวยุทธศาสตร์ด้านการบริหารสถานีข่าวด้วยการขยายช่องส่งสัญญาณ ออกอากาศผ่านดาวเทียมเพื่อให้เข้าถึงผู้ชมได้มากที่สุด

สำหรับ ยุทธศาสตร์ใหม่นั้น TNN24 จะดำเนินการออกอากาศโดยไม่เข้ารหัสสัญญาณในระบบ KU Band บนดาวเทียมไทยคม 5 และทำการส่งสัญญาณในระบบ C Band Global Beam บนดาวเทียมไทยคม 5 โดยออกอากาศพร้อมกันทั้ง 2 ระบบ ซึ่งรูปแบบนี้จะทำให้ผู้ชมที่มีจานรับดาวเทียมทุกชนิดสามารถปรับช่องสัญญาณ รับชมได้ แม้ไม่ได้เป็นสมาชิกTruevision

นายสมพันธ์ เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาTNN24 ได้เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่การออกอากาศครั้งแรกเมื่อปี51 โดยมียอดลูกค้าเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้น จึงเห็นว่าถึงเวลาเหมาะสมแล้วที่TNN24 จะเริ่มออกอากาศแบบ Free to Air เพื่อให้ผู้ชมที่ไม่ได้เป็นสมาชิกของTruevision แต่มีจานดาวเทียมทั้งสองระบบคือ KU Band และ C Band สามารถจูนช่องสัญญาณรับชมTNN24 ได้ทันที ซึ่งแผนดำเนินการนี้จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 16 ต.ค.53 เป็นต้นไป

“นับ ตั้งแต่วันที่ 16 ต.ค.นี้เป็นต้นไป TNN24 จะเป็นสถานีข่าวโทรทัศน์ 24 ชั่วโมงในประเทศไทยสถานีเดียวที่ส่งสัญญาณออกอากาศครอบคลุมพื้นที่ทั่ว ประเทศไทย ขยายฐานผู้ชมข่าวมากที่สุดกว่า 10 ล้านครัวเรือน และครอบคลุมสู่ประเทศต่างๆกว่า 110 ประเทศใน 4 ทวีป คือ เอเชีย ยุโรป ออสเตรเลีย และแอฟริกา ซึ่งจะทำให้คนไทยในต่างประเทศสามารถติดตามข่าวสาร ความเคลื่อนไหวต่างๆ ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยผ่าน TNN24 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง”

สำหรับวิธีการปรับจูนสัญญาณจานดาวเทียมนั้น จานดาวเทียมระบบ KU Band ของ DTV สามารถรับชมได้ที่ช่อง 60 และผู้ชมที่มีจานอื่นๆในระบบ KU Band โดยรับได้จากดาวเทียมไทยคม 5 ที่ตำแหน่ง 78.5 องศาตะวันออก ค่าพารามิเตอร์สามารถจูนเครื่องรับไปที่คลื่นความถี่12,604 MHz, FEC 2/3 หรือสามารถตั้งเป็นอัตโนมัติไว้ได้ Symbol rate 25.776 Ms/s, Polarization H

ส่วนผู้ชมรับชมผ่านจานดาวเทียมระบบ C Band ของ PSI สามารถรับชมได้ที่ช่อง 60 และผู้ชมที่มีจานอื่นๆ ในระบบ C Band โดยรับได้จากดาวเทียมไทยคม 5 ที่ตำแหน่ง 78.5 องศาตะวันออก , ค่าพารามิเตอร์ สามารถจูนเครื่องรับไปที่คลื่นความถี่ 3,600 MHz, FEC 2/3 หรือสามารถตั้งเป็นอัตโนมัติไว้ได้ Symbol rate 26.667 Ms/s, Polarization H

อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากการให้บริการสถานีข่าวโทรทัศน์ข่าว24ชั่วโมงแล้ว TNN24 ยังได้เพิ่มช่องทางเผยแพร่ข่าว ผ่านทางออนไลน์ ภายใต้ชื่อเว็บไซด์ www.tnnthailand.com ซึ่งผู้ชมสามารถชมข่าว TNN24 แบบเรียลไทม์ รวมทั้งสามารถเลือกอ่านข่าวและชมคลิปข่าวย้อนหลังได้อีกด้วย

http://www.tnnthailand.com/news/details.php?id=19303 

วันพุธที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

Media Baron Vision for MBChannel : MBChannel



โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรวบรวมเนื้อหารายการ และนำมาถ่ายทอดเรื่องราวความรู้และความบันเทิงผ่านช่อง MB Channel โดยให้ความสำคัญกับรายการประเภทข่าวเป็นหลัก นอกจากนี้ยังรวบรวมรายการที่ให้สาระความรู้ และความบันเทิง รวมทั้งรายการเพื่อส่งเสริมอาชีพต่างๆ เพื่อเป็นแนวทางและให้ความรู้แก่ผู้ชม
ทั่วไป และเพื่อเป็นการสร้างช่องทางความร่วมมือระหว่างกลุ่มผู้ประกอบการ โทรทัศน์เคเบิ้ลและ Satellite TV ด้วยการเป็นสื่อกลางในการรับข่าวท้องถิ่น หรือ ข่าวสารที่อยู่ในความสนใจของประชาชนจากท้องถิ่นมายังส่วนกลาง และส่งรายการออกอากาศ 24 ชั่วโมงผ่านดาวเทียมไทยคม 5 ในระบบ C-Band
และอีกกว่า 22 ประเทศทั่วโลก

ภาพรวม MBChannel
•มุ่งมั่นนำเสนอข่าวสารในเชิงสร้างสรรค์ เป็นกลาง ไม่พาดพิงหรือเอนเอียง
•นำเสนอรายการและสาระความรู้ที่เป็นประโยชน์ ทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ การเมือง ฯลฯ
•ร่วมส่งเสริมวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น
•เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตให้กับผู้ชม



ไฮไลท์รายการ : MBChannel
•รายงานข่าวทุกต้นชั่วโมง และกลางชั่วโมง
•MB News (อาหารเช้า-กลางวัน-เย็น)
•The Identity
•สารคดี
•Mr.Law
•Work for you
•พอเพียงสร้างโอกาส
•รายการท่องเที่ยว
•ภาพยนตร์อินเดีย



การรับสัญญาณ MBChannel ของผู้ประกอบการเคเบิ้ล
MBChannel ผู้ให้บริการส่งสัญญาณวีดิทัศน์ระบบดิจิตอล ในลักษณะเฉพาะกลุ่ม
ผ่านดาวเทียม Thaicom 5 ให้บริการส่งสัญญาณในย่านความถี่ C-Band ซึ่งเป็นความ
ถี่ที่มีคุณสมบัติ การรับที่คงที่ ไม่แปรปรวนต่อสภาพอากาศและสามารถให้
บริการรับ-ส่งสัญญาณได้ครอบคลุมพื้นที่ ได้กว้างไกลกว่าระบบ KU-Band

วันพฤหัสบดีที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

อสมท'รุกทีวีดาวเทียม15ช่อง ปรับโฉมเว็บใหม่รับไฮเทค-ไลฟ์สไตล์เปลี่ยน

อสมท รุกทีวีดาวเทียมขนานใหญ่ ทั้งปีคาดออกอากาศได้ร่วม 15 ช่อง ผ่านงบลงทุนอีกกว่า 500 ล้านบาท จากเดิมที่ออกอากาศไปแล้ว 4 ช่อง ล่าสุดปรับโฉมเว็บไซต์รองรับเทคโนโลยีและไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไป มั่นใจสิ้นปีรายได้จากนิวมีเดียโตพรวด 500 ล้านบาท ส่วนรายได้รวมคาดเติบโตที่ 10% จาก 5,000 ล้านบาทในปีก่อน

นายธนวัฒน์ วันสม กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปีนี้จากแผนการดำเนินงานที่วางไว้ของอสมท ในการรุกสื่อนิวมีเดียอย่างเต็มที่นั้น ในส่วนของสื่อทีวี ปีนี้เตรียมที่จะเปิดตัวช่องรายการใหม่ รวมกับช่องรายการเดิมที่มีอยู่แล้ว 4 ช่อง เป็น 15 ช่อง โดย 4 ช่อง ที่ออกอากาศอยู่ในปัจจุบันนั้น จะเป็นการออกอากาศผ่านระบบจานรับสัญญาณดาวเทียมแบบซีแบนด์ และทรูวิชั่นส์( เคยูแบนด์) ประกอบด้วย ช่อง 9 โมเดิร์นไนน์, Mcot1, ASIAN TV และMcot HD

โดยแผนการเปิดตัวช่องใหม่เพิ่มในครั้งนี้ ซึ่งจะเห็นอีกราว 11 ช่องนั้น บริษัทได้เตรียมเม็ดเงินไว้กว่า 500 ล้านบาทเพื่อการลงทุน ซึ่งช่องรายการที่จะเปิดตัวใหม่นี้ จะเป็นรูปแบบของการทำเป็นทีวีดาวเทียม ที่จะออกอากาศแบบฟรีทูแอร์ ระบบซีแบนด์ทั้งหมด รวมแล้วในสิ้นปีนี้จะมีช่องรายการโทรทัศน์ที่ออกอากาศเป็นระบบซีแบนด์ทั้ง สิ้น 15 ช่อง ซึ่งในจำนวนนี้จะมีเพียง 5 ช่องที่จะนำมาออกอากาศในทรูวิชั่นส์

อย่างไรก็ตาม แผนการเปิดช่องโทรทัศน์ให้ได้ถึง 15 ช่องนี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งตามแผนที่ได้มีการรุกเรื่องของทีวี ออนโมบาย ที่กำลังจะเริ่มทดลองเปิดให้บริการในช่วงเดือนเม.ย.-มิ.ย.นี้ด้วย ซึ่งตามแผนของทีวี ออน โมบาย ผู้ใช้บริการสามารถรับชมช่องรายการของทางอสมทได้ถึง 15 ช่อง เบื้องต้นยังไม่มีการเรียกเก็บค่าบริการแต่อย่างไร

นอกจากทีวีดาวเทียมและทีวีออนโมบายแล้ว ล่าสุด อสมท ยังได้มีการปรับโฉมเว็บไซต์ www.mcot.net ขึ้นอีกส่วนด้วย โดยการปรับโฉมครั้งนี้ จะทำให้เว็บไซต์ดังกล่าวมีความทันสมัยมากขึ้น พร้อมทั้งรองรับเทคโนโลยีต่างๆ รวมถึงตอบรับไลฟ์สไตล์ของผู้ชมในปัจจุบันได้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการลิงค์เข้ากับเว็บไซต์โซเชียลเน็ตเวิร์คต่างๆรวมถึงการรับชม ได้ทางโทรศัพท์มือถือผ่านแอปพลิเคชั่นของไอโฟนและแบล็กเบอร์รี่ได้

สำหรับการเปิดตัวเว็บไซต์ mcot.net ครั้งนี้ เชื่อว่าจะทำให้มีผู้ชมสนใจเข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์นี้มากขึ้น หรือเฉลี่ยต่อปีจะมีการคลิกเข้ามาชมในลักษณะ เพจวิวไม่ต่ำกว่า 20 ล้านครั้ง ขณะที่การคลิกเข้ามาแบบยูนีก ไอพี จะมีไม่ต่ำกว่า 1 ล้านราย โดยเว็บไซต์นี้ เบื้องต้นถือเป็นการเสริมให้บริการแก่ผู้ซื้อแพกเกจโฆษณาให้ครบวงจรมากยิ่ง ขึ้น โดยราคาโฆษณายังคงอัตราเดิม แต่ในอนาคตก็พร้อมที่จะมีการขายโฆษณาเฉพะบนเว็บไซต์ ซึ่งกำลังวางแผนกันอยู่

นายธนวัฒน์ กล่าวต่อว่า การรุกนิวมีเดียในปีนี้ จะเริ่มทยอยโครงการต่างๆออกมาอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามสิ้นปีนี้เชื่อธุรกิจในกลุ่มนิวมีเดียจะมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 400-500 ล้านบาท จากฐานเดิมในปีก่อนที่มีเพียง 20 ล้านบาท ส่วนภาพรวมรายได้ในปีนี้นั้น คาดว่าจะเติบโตขึ้นอีกอย่างน้อย 10% จากตัวเลขรายได้ในปี 2552 ที่ผ่านมา ที่ยังไม่สรุปอย่างเป็นทางการที่ 5,000 ล้านบาท ซึ่งการเติบโตในปีนี้ มาจากนิวมีเดียเป็นหลัก โดยในส่วนของช่อง 9 โมเดิร์นไนน์ก็ยังคงมีอัตราการเติบโตที่ดีอยู่ รวมไปถึงสื่อวิทยุที่กำลังพยายามปรับให้มีการเติบโตขึ้นด้วย

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 4 กุมภาพันธ์ 2553 08:00 น.

วันจันทร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553



บริษัท ไลฟ์ ทีวี จำกัด ดำเนินการผลิตรายการสำหรับโทรทัศน์ระบบบอกรับสมาชิก จำนวน 6 ช่อง ภายใต้ชื่อ ไลฟ์ ทีวี (LIVE TV) โดยเป็นการให้บริการผ่านระบบดาวเทียมแก่ผู้ประกอบการโทรทัศน์ระบบบอกรับ สมาชิก หรือเคเบิลท้องถิ่น ซึ่งมีอยู่ทั่วประเทศเพื่อที่ผู้ประกอบการจะนำไปเผยแพร่ให้แก่สมาชิกผู้รับ ชมทางบ้านในเขตพื้นที่ โดยสามารถรับชมรายการทั้ง 6 ช่องได้พร้อมกันทั่วประเทศ

2 Tango
ทูแทงโก้: 2 Tango คู่ร้องทำนองรัก รายการเรียลลิตี้สดตลอด 24 ชั่วโมงที่ให้ความสำคัญของการร้องและเต้นเท่าเทียมกัน

POP
ช่องป๊อป : รู้ทันทุกเรื่อง ทุก trend เกาะติดทุกกระแสความนิยมในหมู่วัยรุ่น ทั้งแฟชั่น เทคโนโลยี และ activity สำหรับวัยมันพร้อมทั้ง update เพลงใหม่จากสิลปินทั้งในประเทศ และต่างประเทศจากทั่วทุกมุมโลก ทาง "POP" เลือกซะ

THAICHAIYO
ช่องไทยไชโย : "ไทยไชโย ลูกทุ่งไทยไม่ลืมกัน" ประกาศความเป็นไทยให้โลกได้รู้ด้วยสำเนียงแบบไทยๆ กับช่องไทยไชโย ที่พรั่งพร้อมไปด้วยศิลปินลูกทุ่งสุดฮอต หมอลำสุดฮิต ตลอดจนความเคลื่อนไหว ในวงการลูกทุ่งไทย และชวนคุณยิ้มหน้าบาน ด้วยคณะตลกสุดฮาแห่งยุค ไชโยกันได้ตลอด 24 ชั่วโมง

MIRACLE
ช่องมิราเคิล : รายการแนวโลกเหนือจริงที่วิทยาศาสตร์ไปไม่ถึง โลกแห่งวิญญาณ ปรากฏการณ์แปลกประหลาดชวนพิศวง ความเชื่อและไสยศาสตร์ ศาสตร์แห่งดวงดาวกับชะตาชีวิต

1 VARIETY
ช่องวาไรตี้: ช่องทีวีทางเลือกใหม่ที่รวมความหลากหลายของบันเทิงและ สาระทุกรูปแบบที่คุณต้องชมเพื่อไม่ตกเทรนด์และตามความเปลี่ยนแปลงของโลกให้ ทันท่วงช่องทีวีที รวมรายการหลากหลายที่จะมาเอาใจผู้ชมรายการทุกเพศ ทุกวัย ทุกรสนิยม ให้ร่วมค้นหาสารพันบันเทิง เพื่อเติมเต็มความสมบูรณ์ครบรสให้กับชีวิต ซึ่งหาชมที่ไหนไม่ได้นอกจากที่นี่ สมกับสโลแกนของช่องที่ว่า...ใช่ทุกอย่างที่คุณชอบ 1 VARIETY

EARTH
ช่องเอิร์ธ: ประกอบไปด้วยเรื่องราวใหม่ล่าสุด ที่บอกเล่าผ่านมุมมองของภาพที่สวยงามและหลากหลาย บวกกับเนื้อหาความรู้ของ แต่ละตอนที่จะตรึงให้ผู้ชมได้รับแต่สาระดีตลอดทั้ง 24 ชั่วโมง

FOOTBALL PLUS
ช่องฟุตบอลพลัส: ช่องฟุตบอลพร้อมแม็ตซ์ถ่ายทอดสดฟุตบอล อังกฤษ The CHAMPIONSHIP ช่องรายการกีฬาทางเลือกใหม่สำหรับคนที่ชื่นชอบ หลงใหลในรายการกีฬาฟุตบอล ที่ทาง LIVE TV ได้รวบรวมจัดทำขึ้นมา เพื่อผู้ประกอบการเคเบิลทีวีโดยเฉพาะ

ที่มา : http://www.livetv.co.th/

doodeechannel : ดูดี แชนแนล

Doodee Channel : ดูดี แชนแนล


ยินดีต้อนรับ สู่เว็บไซต์ "สถานีบันเทิงดูดีแชนแนล" DooDee Channel
เราขอแนะนำตนเองว่าเราเป็นสื่อสารมวลชนแขนงหนึ่ง เรียกว่าทีวีผ่านดาวเทียม

ในเมืองไทยสิ่งที่คุ้นเคยเมื่อใดก็ตามที่ต้องการดูทีวี ทุกคนไม่ว่าเด็ก ผู้ใหญ่ ผู้สูงวัย ย่อมเข้าใจว่ามีแต่เฉพาะ
ช่อง 3,ช่อง 5,ช่อง 7,ช่อง 9(โมเดินท์ไนท์ทีวี),ช่อง 11,ช่องไอทีวี(ไทยพีบีเอส) รวม 6 ช่องเท่านั้น
เพราะเมื่อใดก็ตามเมื่อเปิดทีวีที่มีเสาอากาศติดมากับตู้ทีวี หรือมีการต่อสายกับเสารับสัญญาณนอกบ้าน
ก็จะชมทีวีได้เพียง 6 ช่องนี้แค่นั้นจริงๆ พอหรือเปล่าละครับที่จะดูทีวีเพียง 6 ช่อง

มีอีกหลายคนที่บอกว่าไม่พอและต้องการชมทีวีที่มีมากกว่า 6 ช่องนี้ ก็ยอมเสียค่าใช้จ่ายรายเดือน เพื่อสมัครเป็นสมาชิกเคเบิลทีวีของยูบีซี
ซึ่งปัจจุุบันเปลี่ยนชื่อเป็นทรูวิชั่น หรือเป็นสมาชิกเคเบิลทีวีตามท้องถิ่นซึ่งมีให้บริการอยู่ทั่วประเทศก็จะได้ รับชมช่องทีวีเพิ่มขึ้นอีกมากมายหลายช่อง

แต่ยังมีผู้ชมอีกกลุ่มหนึ่งที่ต้องการดูทีวีที่มีหลายๆ ช่องและมีความหลากหลายยิ่งขึ้น และไม่อยากเสียเงินค่าชมรายเดือน
ทางเลือกผู้ชมกลุ่มนี้จึงเลือกที่จะติดตั้งจานดาวเทียมเอง(หรือจ้างช่างมา ติดตั้ง)เพื่อรับชมช่องรายการทีวีไทยที่ส่งมาจากดาวเทียม
ซึ่งปัจจุบันมีช่องรายการไทยๆมากกว่า 80 ช่อง โดยยอมเสียเงินค่าอุปกรณ์และค่าติดตั้งครั้งเดียวและไม่มีการเรียกเก็บเงิน ค่าชมรายเดือนแต่อย่างใด

หนึ่งในช่องทีวีดาวเทียมเหล่านั้น มีช่องรายการของพวกเราชื่อ "สถานีบันเทิงดูดีแชนแนล" DooDee Channel
โดยผู้ชมที่เพิ่งติดตั้งหรือมีจานดาวเทียมระบบ C-Band อยู่แล้ว โดยใช้จานรับดาวเทียมที่มีหน้าจานกว้าง 1.5 เมตรขึ้นไป จะสามารถรับสัญญาณ
ที่ได้มาตรฐาน โดยให้ปรับจูนความถี่ไปที่ Frequency=3506(V),Symbol Rate=1852 ก็สามารถจะรับชมช่องรายการของเรา
ได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ผู้ชมที่เป็นสมาชิกเคเบิลทีวีท้องถิ่นบางแห่งที่สถานีเคเบิ้ลทีวี นั้นนำสัญญาณดาวเทียมช่องดูดีแชนแนลไปเผยแพร่
ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะสามารถรับชมรายการของเราได้ ตลอดทั้งสามารถรับชมผ่านทีวีอินเตอร์เน็ตที่เว็บไซต์ www.doodeechannel.com
ได้อีกช่องทางหนึ่งด้วย

เราเลือกแนวทางการทำรายการทีวีแบบบันเทิงวาไรตี้ที่หลาก หลายและเราเรียกชื่อช่องทีวีของเราว่า
ดูดีแชนแนล DooDee Channelแน่นอน เราต้องมีแต่รายการสิ่งดีๆให้ได้รู้ ได้ดู แน่ๆ ติดตามเราซิครับ..




ช่องทางการรับชม

รับชมผ่านดาวเทียมไทยคม -5
ระบบ C BAND

ความถี่ 3506 Symbol Rate 1852 V

และเคเบิลทีวีท้องถิ่นทั่วประเทศ


ที่มา http://www.doodeechannel.com

ดาราแชนแนลส์ สถานีดารา เปิดฟ้าสู่สังคมไทย

ดาราแชนแนลส์ สถานีดารา เปิดฟ้าสู่สังคมไทย


ช่องทางการรับชม
ดาราแชนแนลส์ สถานีดารา เปิดฟ้าสู่สังคมไทย
แพร่ภาพผ่านดาวเทียม ไทยคม-5 ทั่วเอเชียและประเทศไทย 76 จังหวัด
160 เคเบิลทีวี
ใช้จาน C-Band 6 ฟุต
รับสัญญาณจากดาวเทียม THAICOM-5

- Frequency: 3912
- Symborate: 01852
- FEC: 3/4 , Polalization : V

- http://tv.truelife.com/

- http://www.darachannel.com



ที่มา : http://www.darachannel.com/

บริการ ORG-TV Solution



บริการ ORG-TV Solution

เกี่ยวกับ บริการ :
ORG-TV(Organization Television) คือ ระบบโทรทัศน์ภายในองค์กร เหมาะสำหรับเป็นเครือข่ายถ่ายทอดสัญญาณโทรทัศน์สำหรับองค์กรโดยสามารถทำการ ถ่ายทอดสัญญาณภาพ เสียง ทั้งเทปรายการและถ่ายทอดสดที่เป็นเนื้อหาและเรื่องราวเฉพาะองค์กรได้ตลอด 24 ชั่วโมง หรือเฉพาะช่วงเวลา
ส่งสัญญาณผ่านสถานีดาวเทียมภาคพื้นดินได้ทั้ง 3 สถานีของ CAT Telecom ได้แก่ สถานีดาวเทียมศรีราชา สถานีดาวเทียมสิรินธร และสถานีดาวเทียมนนทบุรี ซึ่งสามารถเชื่อมโยง กับต่างประเทศผ่านดาวเทียมต่างๆ ได้ครอบคลุมทั่วโลก รับสัญญาณโทรทัศน์ด้วยชุดจานสายอากาศทั่วไปที่สามารถถอดรหัสได้ ไม่จำกัดพื้นที่และระยะทางในการสื่อสารข้อมูลภายในองค์กร

Feature:
1. ถ่ายทอดสัญญาณโทรทัศน์สำหรับองค์กรได้ทั้ง C-Band, Ku-Band
2. สามารถกระจายข่าวสารภายในองค์กรได้ทุกพื้นที่ที่สัญญาณดาวเทียมครอบคลุมถึง
3. สามารถถ่ายทอดสัญญาณภาพ เสียง ทั้งเทป และรายการสดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
4. ข้อมูลมีความปลอดภัย เนื่องจากสัญญาณที่จัดส่งมีการเข้ารหัส
5. เทคโนโลยีมีความทันสมัย และอุปกรณ์ราคาประหยัด

Advantage:
1. CAT มีสถานีดาวเทียมภาคพื้นดินมากถึง 3 สถานี ได้แก่ สถานีดาวเทียมศรีราชา, สถานีดาวเทียมสิรินธร,
สถานีดาวเทียม นนทบุรี
2. สถานีดาวเทียมนนทบุรี ให้บริการรับส่งสัญญาณโทรทัศน์และวงจรสื่อสารข้อมูลผ่านดาวเทียม ซึ่งได้รับรอง
มาตรฐาน ISO9001
3. สามารถเชื่อมโยงเครือข่ายทั้งใน และต่างประเทศผ่านดาวเทียมต่างๆได้ครอบคลุมทั่วโลก ทำให้มั่นใจได้ถึง
ประสิทธิภาพ และคุณภาพบริการ
4. ความพร้อมของทีมขายและทีมเทคนิคที่มีความชำนาญในการให้บริการก่อนและหลังการ ขายแก่ลูกค้าได้อย่าง
มืออาชีพ

Benefit:
1. บริการหลังการขายตลอด 24 ชั่วโมง
2. มีสำนักงานบริการลูกค้าที่สามารถให้บริการได้ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ
3. มีวงจรเชื่อมโยงสัญญาณเพื่อเป็นเส้นทางหลักและเส้นทางสำรองทำให้มั่นใจได้ใน ระบบเชื่อมโยงสัญญาณ
4. ขยายช่องสัญญาณในอนาคตได้โดยสะดวกและทันท่วงที

สอบ ถามรายละเอียดเพิ่มเติม
ฝ่ายบริการลูกค้าภาครัฐ โทร. 02-104-4401-4
ฝ่ายบริการลูกค้าภาคเอกชน โทร .02-104-4760-4
ฝ่ายบริการลูกค้าผู้ประกอบการ โทร. 02-104-4409-11

ที่มา http://www.catdatacom.com/

วันพุธที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2553

ฟาร์ม แชนเนล ประเทศไทย

ฟาร์ม แชนเนล ประเทศไทย


ฟาร์ม แชนเนล ประเทศไทย จากแนวทางที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯได้ทรงให้ความสำคัญกับการเกษตรอย่างต่อเนื่องทำให้เกษตรกรมากมายมีชีวิตที่ดีขึ้นได้พบความสุขที่แท้จริงบนหนทางของการเกษตรที่ยั่งยืน

Farm Channel จึงเป็นสถานีข่าวเกษตรของคนไทยหัวใจเกษตร จะเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญสำหรับเกษตรกรไทยที่จะช่วยพัฒนา การเกษตรไปพร้อมๆกับยุคสมัย เป็นเกษตรพัฒนาที่เพิ่มค่า เพิ่มผลผลิต และยืนหยัดได้ต่อไป

Channel Concept
สถานีข่าวเกษตรแห่งแรกของคนไทย เพื่อคนไทยหัวใจเกษตร
- สร้างรายการข่าวเพื่อการเกษตรยุคใหม่ของคนทุกชนชั้น
- สร้างชุมชนเกษตรกรมืออาชีพที่มีมาตรฐานและน่าเชื่อถือ
- สนับสนุนการเผยแพร่โครงการหลวงและแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงให้เกิดเป็นรูปธรรม
- เน้นการมีส่วนร่วมจากภาคประชาชน
- สนับสนุนการขยายตลาดทางธุรกิจ และการเพิ่มมูลค่าสินค้า ของเกษตรกร
- สนันสนุนการสร้างเครือข่ายตลาดกลางที่ยุติธรรมและน่าเชื่อถือให้เกิดขึ้นทั่วประเทศ
- สร้างเครือข่ายพัฒนาองค์ความรู้แบบต่อเนื่องและยั่งยืน

Information Center Concept
• สถานีโทรทัศน์การเกษตรแห่งแรกของคนไทย ที่พร้อมให้ข่าวสารและข้อมูลความรู้ในหลากมิติ พร้อมการเปิดโอกาสให้เกษตรกรทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่นได้อย่างเสรี
• เป็นเวทีแลกเปลี่ยนความรู้ การให้ความช่วยเหลือ จากหน่วยงานราชการ, พ่อค้า, ประชาชน และผู้ที่มีความตั้งใจที่จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาภาคการเกษตรของไทยให้ก้าวทันกับโลกยุคใหม่

แนวทางการดำเนินงานเพื่อบรรลุเป้าหมาย
1. รูปแบบรายการเน้นที่การนำเสนอสาระผ่านทางรายการข่าวเป็นหลัก
2. การสร้างช่องทางการสื่อสารที่หลากหลายกับผู้บริโภค (Multiple channel communication)
3. การกระตุ้นให้เกิดการเข้ามามีส่วนร่วมของภาคประชาชน

เน้นการนำเสนอในรูปแบบแนวข่าว
• สร้างทีมข่าวเกษตร โดยใช้นักข่าวเกษตรจากทั่วประเทศ
• ให้ทุกชุมชนมีส่วนร่วมในการให้ข้อมูลและข่าวสาร
• จัดซื้อภาพข่าว สารคดีเกี่ยวกับเทคโนโลยี่เพื่อการเกษตร
• รายงานข่าวดินฟ้าอากาศที่ถูกต้อง ให้กับชุมชนในแต่ละภูมิภาค
• รายงานเรื่องราคาผลิตผลรายวัน
• เป็นตัวกลางในการแจ้งข้อมูลความต้องการของผู้ซื้อผู้ขาย
• สกู๊ปข่าวเรื่องราวต่างๆ ที่เกษตรกรควรรู้

Broadcasting & Distribution
• โทรทัศน์ระบบดาวเทียมตลอด 18 ชม.
• โทรทัศน์ผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง (Broadband TV / IPTV) ทั้งแบบออกอากาศ 24 ชม. และบอกรับตามความต้องการ (Video On-Demand)
• โทรทัศน์ผ่านระบบโทรศัพท์มือถือ (TV on Mobile)

ที่มา http://www.kantana.com

วันอังคารที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2553



Voice TV ทีวีของคนรุ่นใหม่


http://www.voicetv.co.th/

VOICE TV สถานีโทรทัศน์แนวคิดใหม่ที่มุ่งเน้นการรายงานข่าวสาร และความเคลื่อนไหวล่าสุดจากทุกมุมโลก นำเสนอประเด็นที่อยู่ในความสนใจในมุมมองที่แตกต่างรวมถึงนำเสนอเนื้อหาที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่ เพื่อนำไปสู่การสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับชีวิตและสังคม

VOICE TV เปลี่ยนรูปแบบใหม่ของการเข้าถึงข่าวสาร ด้วยการผสมผสานผ่านสื่อ 2 รูปแบบทั้งทาง Internet ในรูปแบบของ Internet TV และการออกอากาศผ่านจานดาวเทียม DTV ทางช่อง D Channel ทำให้ทุกเนื้อหาของ Voice TV สามารถเชื่อมต่อกับคนรุ่นใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

VOICE TV เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้มีส่วนร่วมในการ นำเสนอข่าวสาร และความคิดเห็นเพื่อช่วยกันค้นหาคำตอบที่เป็นประโยชน์สำหรับสังคมไทย ด้วยการสื่อสารแบบสองทาง ผ่านระบบเทคโนโลยีออนไลน์ที่ทันสมัยที่สุดของประเทศ


What is Voice TV?
Voice TV is a new breed of cross-platform media company that creates and distributes content which inform , enrich and inspire the new generation.

Our Vision
Voice TV believes in two-way communication and our fully integrated television broadcast channel and online platform makes that possible. We want to be the place for knowledge and trend where the new generation can freely express their opinions within their community.

How is Voice TV different?
Voice TV website ,Voice TV on mobile phone and Voice TV satellite work together to connect young adults with what is going on in their world through an unique blend of professional journalist and viewer participation. We offer programming and content that is authentic , surprising and consistently compelling. The multi broadcasting channels will catch up with the new generation in anywhere and anytime.

-------------------

รายการ


Voice News on TV The daily dose Intelligence Voice of the Day

Blog Buffet Lipstick Men intrend Traveller Intertainment

Kid Pen Tum Pen This's my Future

-------------------
ช่องทางการรับชม
อินเทอร์เน็ต : http://www.voicetv.co.th/
จานรับสัญญาณดาวเทียม Thaicom5 KU Band ผ่านจานดาวเทียม DTV ทางช่อง D Channel
จานรับสัญญาณดาวเทียม Thaicom5 C Band ความถี่ 3545 H SR- 30000

วันอาทิตย์ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2552

สถานีโทรทัศน์ ธรรมะ มีเดีย แชนแนล DMC - Dhamma Media Channel

ดีเอ็มซี

ดีเอ็มซี (DMC - Dhamma Media Channel) เป็นสื่อเพื่อการศึกษาธรรมะทางไกลผ่านดาวเทียมของไทย ดำเนินการโดย มูลนิธิศึกษาธรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม สถานีรายการธรรมะที่ส่งสัญญาณออกอากาศผ่านดาวเทียมตลอด 24 ชั่วโมงไปทั่วประเทศไทย และครอบคลุมอีกหลายๆ ประเทศทั่วโลก เนื้อหาของรายการจะมีลักษณะผสมผสานแบบวาไรตี้

รายการที่แสดงรวมถึงรายการธรรมะเพื่อประโยชน์ในชีวิตประจำวัน ทั้งในรูปแบบ บทเพลง สาระบันเทิง ปลูกฝังศีลธรรมให้แก่เยาวชน สร้างสรรค์ ความรู้และประสบการณ์ของการปฏิบัติธรรม

โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย หรือ ทรท., ทีวีพูล (อังกฤษ: The Television Pool of Thailand - TPT. ; T.V.Pool) ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2511 โดยสถานีโทรทัศน์ในประเทศไทย จำนวน 6 สถานี ได้แก่ ไทยทีวีสีช่อง 3, ททบ.5, ช่อง 7 สี, โมเดิร์นไนน์ทีวี, สทท. และ ทีวีไทย รวมทั้งสถานีเคเบิลที่เกี่ยวข้องอีกด้วย

การก่อตั้ง

ภาพเข้ารายการพิเศษประกาศเตือนภัย จากศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ทาง ทรท.เมื่อปี พ.ศ. 2511 ผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์ทั้ง 4 ช่องในขณะนั้น ได้แก่ ช่อง 3, ช่อง 4 (ช่อง 9, โมเดิร์นไนน์ทีวี) , ททบ., และบีบีทีวี ได้ประชุมร่วมกัน และมีมติว่า แต่ละสถานีควรจะได้รวมตัวกันขึ้น เพื่อปรึกษาหารือ และดำเนินการจัดการในเรื่องต่างๆ อันจะเกิดประโยชน์ร่วมกันกับทุกสถานี

จึงได้ก่อตั้งองค์กรชื่อ โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ขึ้น โดยมีคณะกรรมการ (บอร์ด) ชุดหนึ่ง ประกอบด้วย ผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์ช่องต่างๆ เป็นกรรมการ และตามธรรมเนียมที่ถือปฏิบัติตั้งแต่เริ่มต้น ประธานกรรมการ ทรท. ได้แก่ ผู้อำนวยการสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก (โดยตำแหน่ง)

ทั้งนี้ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2529 สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกถาวร และตั้งแต่ปี พ.ศ. 2539 สถานีโทรทัศน์ไอทีวี (ทีไอทีวี, ไทยพีบีเอส, ทีวีไทย) ได้เข้าร่วมเป็นสมาชิก

วัตถุประสงค์
1.ร่วมมือในการถ่ายทอด และรับการถ่ายทอด ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ รายการสำคัญระดับชาติ เช่น พระราชพิธี พิธีสำคัญทางศาสนา พิธีสำคัญทางทหาร กิจกรรมสำคัญของภาครัฐบาล หรืองานสำคัญระหว่างประเทศ รวมทั้งการแข่งขันกีฬานัดสำคัญ อาจจะถ่ายทอดออกอากาศทุกสถานี หรือถ่ายทอดบางสถานีเท่านั้น แล้วแต่จะเห็นควร
2.เป็นผู้ประสานงาน ในการตกลงค่าลิขสิทธิ์ต่างๆ จากการถ่ายทอดตามข้อ 1 เพื่อให้ได้ราคาที่เหมาะสม ทั้งนี้ เพื่อให้ผู้ชมได้รับชมการถ่ายทอด (กีฬา) ทั้งภายในและต่างประเทศ ที่มีคุณภาพ และระดับราคาที่เหมาะสม
3.เป็นสื่อกลางระหว่างสถานีโทรทัศน์ช่องต่างๆ เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน
4.พิจารณาขจัดปัญหา และข้อขัดแย้งต่างๆ ของแต่ละสถานี โดยจะไม่ก้าวก่ายการบริหารภายในของแต่ละสถานี
5.ร่วมมือสร้างสรรค์ความสัมพันธ์ระหว่างสถานีโทรทัศน์ โดยพยายามยกระดับมาตรฐานให้มีความก้าวหน้ายิ่งขึ้น


...

สถานีประชาธิปไตย สถานีประชาชน People channel

สถานีประชาธิปไตย (อังกฤษ: Democracy Station) เป็นสถานีโทรทัศน์ที่ออกอากาศผ่านระบบดาวเทียม เพื่อเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร เกี่ยวกับการเมืองการปกครองในประเทศไทย


เริ่มทดลองออกอากาศ ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2552 เวลา 06.00 น.[1][2] และแพร่ภาพอย่างเป็นทางการ ตลอด 24 ชั่วโมง ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2552 โดยจะมีสัดส่วนของรายการประกอบด้วย รายการส่งเสริมระบอบประชาธิปไตย ร้อยละ 50, รายการข่าวและสถานการณ์ปัจจุบัน ร้อยละ 20, รายการสาระปกิณกะและบันเทิง ร้อยละ 10, รายการส่งเสริมการพัฒนาสังคม ร้อยละ 10 และรายการส่งเสริมพระพุทธศาสนาและศิลปวัฒนธรรม ร้อยละ 10[3]
รายการโทรทัศน์
สถานีฯ มีรายการที่เริ่มออกอากาศในระยะแรก ประกอบด้วย รายการสถานีประชาธิปไตย ดำเนินรายการโดย นายวิชิต ปลั่งศรีสกุล นายพินิจ จันทรสุรินทร์ นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ และ นางสาวศุภรัตน์ นาคบุญนำ, ความจริงวันนี้ ดำเนินรายการโดย นายวีระ มุสิกพงศ์ นายจตุพร พรหมพันธุ์ และ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, เพื่อนพ้องน้องพี่ และ มหาประชาชน ดำเนินรายการโดย นายวีระ นายจตุพร นายจักรภพ เพ็ญแข นายณัฐวุฒิ และ นายก่อแก้ว พิกุลทอง[4]

คุยกับอดิศร ดำเนินรายการโดย นายอดิศร นายสุพร อัตถาวงศ์ และ ดร.วิบูลย์ แช่มชื่น, ห้องเรียนประชาธิปไตย ดำเนินรายการโดย นายสุนัย จุลพงศธร นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข และ ร้อยโทหญิงสุณิสา เลิศภควัต, เสียงประชาชน ดำเนินรายการโดย นายชินวัฒน์ หาบุญพาด และ นายสมยศ, ทางออกประเทศไทย ดำเนินรายการโดย นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง, แดงทั้งแผ่นดิน ดำเนินรายการโดย นายณัฐวุฒิ, กฎหมายต่างประเทศ ดำเนินรายการโดย นายนพดล ปัทมะ, สายตาโลก ดำเนินรายการโดย นายจักรภพ และ ทนายธนา อาสาคลายทุกข์ ดำเนินรายการโดย นายธนา เบญจาธิกุลและ นางสาวนิษณา วณีสอน[4]
การระงับสัญญาณออกอากาศ
เมื่อช่วงสายวันเสาร์ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2552 กลุ่มคนเสื้อแดงเคลื่อนขบวนเข้าไปภายในบริเวณโรงแรมรอยัล คลิฟฟ์ บีช รีสอร์ท เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นที่ประชุมผู้นำอาเซียน และประเทศคู่เจรจา 3 และ 6 ประเทศ ทำให้การประชุมไม่สามารถเกิดขึ้นได้ จึงต้องเลื่อนออกไปโดยไม่มีกำหนด ต่อมา เวลาประมาณ 14.00 น. อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง ในเขตพื้นที่เมืองพัทยา และจังหวัดชลบุรี โดยให้ สุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นผู้รักษาการณ์ ตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ดังกล่าว

กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร จึงอาศัยอำนาจ โดยอ้างตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อขอความร่วมมือจาก บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) ให้ระงับสัญญาณออกอากาศของสถานีฯ ซึ่งส่งสัญญาณขึ้นสู่ดาวเทียมไทยคม อย่างเร่งด่วนโดยทันที โดยมอบหมายให้ นายธานีรัตน์ ศิริปะชะนะ รองปลัดกระทรวงฯ เป็นผู้นำหนังสือสั่งการไปยังสถานีดาวเทียมไทยคม ตรงข้ามศาลากลางจังหวัดนนทบุรี อำเภอเมืองนนทบุรี โดยอ้างว่าเนื้อหาในการออกอากาศ ก่อให้เกิดความไม่สงบในบ้านเมือง[5]

ส่งผลให้กลุ่มคนเสื้อแดง เกิดความไม่พอใจเป็นอย่างมาก นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ ได้ประกาศให้ประชาชนที่สนับสนุนคนเสื้อแดง ออกมาร่วมชุมนุมที่ทำเนียบรัฐบาล หากไม่สามารถเข้ามาในกรุงเทพมหานครได้ ขอให้ไปร่วมชุมนุม ที่ศาลากลางของทุกจังหวัด และหากมีการระงับสัญญาณสถานีประชาธิปไตยจริง มวลชนเสื้อแดงจะใช้มาตรการตอบโต้รัฐบาล ด้วยการชุมนุมปิดกั้นถนนทุกสายในประเทศไทย ภายในระยะเวลา 1 ชั่วโมง[5]

เวลา 19.30 น. กลุ่มคนเสื้อแดงจากหน้าทำเนียบรัฐบาล ที่นำโดย นายสุพร อัตถาวงศ์ อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย นำรถปราศรัย เดินทางไปถึงหน้าสถานีดาวเทียมไทยคม เพื่อสกัดกั้นการระงับสัญญาณออกอากาศได้สำเร็จ[ต้องการอ้างอิง] ต่อมา วันจันทร์ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2552 เวลา 13.34 น. สาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี อาศัยอำนาจ ตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลบางจังหวัด ซึ่งประกาศเมื่อวันอาทิตย์ที่ 12 เมษายน เพื่อทำการตัดสัญญาณแพร่ภาพออกอากาศของสถานีฯ และปิดกั้นการเข้าถึงเว็บไซต์สถานีฯ ด้วย

สถานีประชาชน
ทั้งนี้ คณะผู้บริหาร ผู้ประกาศข่าว พิธีกร และผู้ปฏิบัติงานชุดเดิม กลับมาดำเนินการทดลองออกอากาศผ่านดาวเทียมจากต่างประเทศ ในระบบซี-แบนด์ และผ่านเว็บไซต์ โดยใช้ชื่อใหม่ว่า สถานีประชาชน (อังกฤษ: People Channel) ตั้งแต่วันอังคารที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2552 และออกอากาศอย่างเป็นทางการอีกครั้ง เมื่อวันจันทร์ที่ 15 มิถุนายน ปีเดียวกัน โดยใช้ผังรายการตามเดิม และในเดือนตุลาคม 2552 ได้เปลี่ยนโลโก้บนจอให้คล้ายกับยุคดีสเตชัน และใช้เป็นโลโก้สถานีอย่างเต็มตัวในเดือนธันวาคม 2552

เว็บไซต์ : www.peoplechannel.net , www.dstationtvonline.com , www.dstation.us

วันพุธที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2552

สถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา

สถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา

1. ดำเนินการเกี่ยวกับงานด้านเลขานุการของคณะกรรมการบริหาร และคณะอนุกรรมการ ที่เกี่ยวข้องกับสถานีวิทยุกระจายเสียงรัฐสภาและ
วิทยุโทรทัศน์รัฐสภา
2. ดำเนินการเกี่ยวกับการประชาสัมพันธ์ และเผยแพร่สาระความรู้ และข่าวสารเกี่ยวกับการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย
กระบวนการทางด้านนิติบัญญัติ และกิจกรรมของรัฐสภา สภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา และสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรในด้าน
ต่างๆ ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงรัฐสภาและสถานีวิทยุโทรทัศน์ เพื่อส่งเสริมความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการเมืองการปกครองระบอบ
ประชาธิปไตย และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างสมาชิกรัฐสภากับประชาชน
3. ประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารของรัฐสภา เพื่อส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างรัฐสภากับประชาชน
4. ดำเนินการถ่ายทอดการประชุมรัฐสภา สภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภาคณะกรรมาธิการ และการสัมมนาของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา
ทั้งในและนอกสถานที่ทั่วประเทศ
5. วิเคราะห์และประเมินผลการรับฟังรับชม รายการวิทยุกระจายเสียงรัฐสภาและรายการโทรทัศน์ เพื่อนำมาปรับปรุงรายการให้มี
ประสิทธิภาพ
6. ศึกษา วิเคราะห์หรือจัดให้มีการวิจัยเพื่อสร้างสรรค์รูปแบบของรายการวิทยุกระจายเสียงรัฐสภา และรายการโทรทัศน์ และรายงานผล
วิเคราะห์ข้อมูลและประเมินผล กิจกรรมต่างๆ
7. เป็นศูนย์ข่าวรัฐสภาและศูนย์ประชาสัมพันธ์ข้อมูลในการเผยแพร่ข่าวสารของรัฐสภา สภาผู้แทนราษฎร และสำนักงานเลขาธิการสภาผู้
แทนราษฎร และเป็นสื่อกลางในการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการเมืองการปกครองของประชาชน
8. จัดเตรียมข้อมูล และผลิตรายการวิทยุกระจายเสียงและรายการโทรทัศน์ ทั้งรายการสดการถ่ายทอดเสียงนอกสถานที่ และบันทึกเทป
9. จัดทำรูปแบบรายการ จัดทำผังรายการ สคริปต์รายการ สปอตและประสานงานตรวจสอบความพร้อมในการผลิตรายการ
10. ตรวจสอบรายการและดำเนินรายการวิทยุกระจายเสียงและรายการโทรทัศน์ และประสานงานกับหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง
11. พัฒนาสถานีและเครือข่ายสถานีวิทยุกระจายเสียงรัฐสภา
12. จัดหาข่าว ประกาศข่าวและประกาศรายการ
13. ดำเนินการเกี่ยวกับการซ่อมบำรุงทางเทคนิค อุปกรณ์เครื่องส่งกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ ห้องส่งกระจายเสียงและห้องบันทึก
รายการโทรทัศน์ ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค
14. กำกับ ควบคุมและดูแลห้องส่งกระจายเสียง ห้องบันทึกรายการ และควบคุมเวลาการออกอากาศ
15. ปฏิบัติงานอื่นที่ได้รับมอบหมาย สื่อนิติบัญญัติ ที่มุ่งมั่นเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจด้านการเมือง และส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางการ
เมืองของประชาชน เพื่อพัฒนาประชาธิปไตย "

------------------------------------------------------------------------

กลุ่มงานบริหารทั่วไป

1. ดำเนินการเกี่ยวกับงานสารบรรณและธุรการทั่วไปของสำนัก
2. ดำเนินการเกี่ยวกับงานพัสดุ ครุภัณฑ์ การเงิน และงบประมาณของสำนัก
3. ดำเนินการเกี่ยวกับงานทะเบียนและข้อมูลด้านบุคคลของสำนัก
4. ดำเนินการเกี่ยวกับการจัดทำแผนงาน และงบประมาณ รวมถึงการประสานงาน ด้านแผน รายงานผลการปฏิบัติงาน การใช้จ่ายงบ
ประมาณและสถิติของสำนัก
5. ดำเนินงานเลขานุการและงานประชุมของสำนัก
6. ดำเนินการเกี่ยวกับการจัดทำและเผยแพร่เอกสารและผลงานของสำนัก
7. ปฏิบัติงานอื่นที่ได้รับมอบหมาย

------------------------------------------------------------------------

กลุ่มงานข่าวและประเมินผล

1. จัดทำและจัดหาข่าวเพื่อออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงรัฐสภาและสถานีวิทยุโทรทัศน์
2. ศึกษา วิเคราะห์ เพื่อสร้างสรรค์รูปแบบการเสนอข่าว และการรายงานข่าวทางสถานีวิทยุกระจายเสียงรัฐสภา และทางสถานีวิทยุ
โทรทัศน์ และรายงานผลวิเคราะห์ ข้อมูล และประเมินผลกิจกรรมต่างๆ
3. ดำเนินการเกี่ยวกับการรายงาน และการประกาศข่าวสารเกี่ยวกับวงงาน รัฐสภา สภาผู้แทนราษฎร สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทน
ราษฎร และข่าวสาร ความเคลื่อนไหวทางการเมือง เพื่อส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างรัฐสภา กับประชาชน
4. ดำเนินการเกี่ยวกับการรวบรวม ประมวลผล และจัดเก็บข้อมูลข่าวสาร ที่เผยแพร่ออกอากาศ
5. วิเคราะห์และประเมินผลการรับฟังรับชมรายการวิทยุกระจายเสียงรัฐสภา และรายการโทรทัศน์ เพื่อนำมาปรับปรุงรายการให้มี
ประสิทธิภาพ
6. ปฏิบัติงานอื่นที่ได้รับมอบหมาย

------------------------------------------------------------------------

กลุ่มงานผลิตรายการวิทยุกระจายเสียง

1. ดำเนินการเกี่ยวกับงานเลขานุการของคณะกรรมการบริหารสถานีวิทยุกระจายเสียงรัฐสภา และคณะอนุกรรมการที่เกี่ยวข้อง
2. ดำเนินการเกี่ยวกับการประชาสัมพันธ์ และเผยแพร่สาระความรู้ และข่าวสารเกี่ยวกับการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย
กระบวนการทางด้าน นิติบัญญัติ และกิจกรรมของรัฐสภา สภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภาและสำนักงาน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรในด้าน
ต่างๆ ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงรัฐสภา เพื่อส่งเสริมความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการเมืองการปกครองระบอบประชาธิปไตย และแลก
เปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างสมาชิกรัฐสภากับประชาชน
3. ประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารของรัฐสภา เพื่อส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่าง รัฐสภากับประชาชน
4. ดำเนินการถ่ายทอดเสียงการประชุมรัฐสภา สภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา และการสัมมนาทั้งในและนอกสถานที่ทั่วประเทศ
5. ศึกษา วิเคราะห์และจัดให้มีการวิจัยเพื่อสร้างสรรค์รูปแบบของรายการวิทยุ กระจายเสียงรัฐสภา
6. เป็นศูนย์ประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารทางวิทยุกระจายเสียง ให้กับรัฐสภา สภาผู้แทนราษฎร และสำนักงานเลขาธิการสภาผู้
แทนราษฎร และเป็นสื่อกลางในการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการเมืองการปกครองของประชาชน
7. จัดเตรียมข้อมูล และผลิตรายการวิทยุกระจายเสียงทั้งรายการสด การถ่าย ทอดเสียงนอกสถานที่และบันทึกเทป
8. จัดทำรูปแบบรายการ จัดทำผังรายการ สคริปต์รายการ สปอตและประสานงาน ตรวจสอบความพร้อมในการผลิตรายการ
9. ตรวจสอบรายการและดำเนินรายการวิทยุกระจายเสียงและประสานงานกับ หน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง
10. ปฏิบัติงานอื่นที่ได้รับมอบหมาย

------------------------------------------------------------------------

กลุ่มงานผลิตรายการโทรทัศน์

1. ดำเนินการเกี่ยวกับงานเลขานุการของคณะกรรมการผลิตรายการโทรทัศน์ รัฐสภาและคณะอนุกรรมการที่เกี่ยวข้อง
2. ดำเนินการเกี่ยวกับการประชาสัมพันธ์ และเผยแพร่สาระความรู้และข่าวสาร เกี่ยวกับ การเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย
กระบวนการทางด้านนิติบัญญัติ และกิจกรรมของรัฐสภา สภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา และสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรในด้าน
ต่าง ๆ ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์ เพื่อส่งเสริมความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ การเมืองการปกครองระบอบประชาธิปไตย และแลกเปลี่ยน
ความคิดเห็นระหว่างสมาชิกรัฐสภากับประชาชน
3. ประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารของรัฐสภา เพื่อส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่าง รัฐสภากับประชาชน
4. ดำเนินการเพื่อให้มีการถ่ายทอดการประชุมรัฐสภา สภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา และการสัมมนา ทั้งในและนอกสถานที่ทั่วประเทศ
5. ศึกษา วิเคราะห์หรือจัดให้มีการวิจัยเพื่อสร้างสรรค์รูปแบบของรายการโทรทัศน์
6. เป็นสื่อกลางในการรับส่งเรื่อง และข้อคิดเห็นเกี่ยวกับการเมืองการปกครองของประชาชน
7. จัดเตรียมข้อมูลและผลิตรายการโทรทัศน์ ทั้งรายการสดและบันทึกเทป
8. จัดทำรูปแบบรายการ จัดทำผังรายการ สคริปต์รายการ สปอตและประสานงาน ตรวจสอบความพร้อมในการผลิตรายการ
9. ตรวจสอบรายการ และดำเนินรายการโทรทัศน์และประสานงานกับหน่วยงานอื่น ที่เกี่ยวข้อง
10. ปฏิบัติงานอื่นที่ได้รับมอบหมาย

------------------------------------------------------------------------

กลุ่มงานเทคนิค

1. ดำเนินการเกี่ยวกับการซ่อมบำรุงทางเทคนิค อุปกรณ์เครื่องส่งกระจายเสียง และวิทยุโทรทัศน์ ห้องส่งกระจายเสียงและห้องบันทึก
รายการโทรทัศน์ ทั้งในส่วน กลางและส่วนภูมิภาค
2. กำกับ ควบคุมและดูแลห้องส่งกระจายเสียง และห้องบันทึกรายการโทรทัศน์ และควบคุมเวลาการออกอากาศ
3. กำกับ ดูแลและควบคุมการเปิดปิดสถานีวิทยุกระจายเสียงรัฐสภา
4. ให้บริการบันทึกเสียง บันทึกภาพและบันทึกเทปรายการ
5. ประสานและอำนวยความสะดวกการดำเนินรายการ และการออกอากาศ ของสถานีวิทยุกระจายเสียงรัฐสภา และการผลิตรายการ
โทรทัศน์ ทั้งรายการสด และบันทึกเทป
6. พัฒนาสถานีและเครือข่ายสถานีวิทยุกระจายเสียงรัฐสภา
7. ปฏิบัติงานอื่นที่ได้รับมอบหมาย

ที่มา http://www.radioparliament.net

เนชั่น แชนแนล

เนชั่น แชนแนล

เนชั่น แชนแนล (อังกฤษ: Nation Channel) เป็น สถานีโทรทัศน์ข่าว 24 ชั่วโมง แห่งแรก ของประเทศไทย ออกอากาศครั้งแรกเมื่อ วันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2543 ทาง สถานีโทรทัศน์ยูบีซี ช่อง 8 โดยมีทีมข่าว 400 คน และกองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ในเครือเนชั่น โดยมี นายอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ เป็นบรรณาธิการเนชั่นทีวี บริหารงานโดย บริษัท เนชั่น บรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในเครือเนชั่นกรุ๊ป

ต่อมา ในวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2546 เนชั่น แชนแนล ได้ย้ายการออกอากาศ จาก ยูบีซี 8 มาสู่ สถานีวิทยุโทรทัศน์ไททีวี ช่อง 1 ผ่านทางระบบ MMDS ครอบคลุมรัศมีในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยให้เหตุผลว่า มีอำนาจรัฐเข้าแทรกแซง นอกจากนี้ บริษัท เอ็มดีเอส ของ ออสเตรเลีย ได้ลงนามในสัญญาซื้อรายการจากเนชั่นทีวี เพื่อนำไปออกอากาศผ่านดาวเทียม และ ผลิตช่องรายการใหม่ ให้กับ สถานีโทรทัศน์ WETV จังหวัดเชียงใหม่ ทางช่อง 9 ภายใต้ชื่อ Nation Channel Chiangmai

ปัจจุบัน Nation Channel ได้ทำการส่งสัญญาณผ่านดาวเทียม ABS-1 ในระบบ C-Band และ NSS-6 ในระบบ Ku-Band ให้ผู้ที่มีจานรับสัญญาณดาวเทียมที่อยู่ในประเทศไทย และภูมิภาคเอเชีย สามารถรับชมได้ฟรี โดยไม่ต้องเสียค่าบริการรายเดือนใดๆ ทั้งสิ้น

รายการต่างๆ ของทางสถานี ที่ได้รับความนิยม อาทิ รายการ เก็บตกจากเนชั่น ที่ดำเนินรายการโดย กนก รัตน์วงศ์สกุล และ ธีระ ธัญไพบูลย์ รายการ ชีพจรโลก โดย สุทธิชัย หยุ่น รายการ คม-ชัด-ลึก ที่เคยสร้างชื่อให้กับ สรยุทธ สุทัศนะจินดา ก่อนที่จะลาออกจากเครือเนชั่น หลังจากย้ายการออกอากาศ ไปยัง ไททีวี เพียงไม่ถึง 1 สัปดาห์

นอกจากนี้ ทางเนชั่นทีวี ยังมีการผลิตรายการให้กับสถานีโทรทัศน์ฟรีทีวีช่องต่างๆ อาทิ โมเดิร์นไนน์ทีวี (รายการ ชีพจรโลกวันนี้ ชีพจรโลกกับสุทธิชัย หยุ่น (ทุกวันจันทร์) ข่าวข้นคนข่าว จุดชนวนความคิด (ทุกวันอังคาร) ช่อง 5 (สยามเช้านี้) (รายการในอดีต; ถูกผิดคิดเอง ททบ.5,E-Life E-Business เขียวยกแผง และ ก๊วนเศรษฐกิจ โมเดิร์นไนน์ทีวี) และออกอากาศซ้ำ ทาง เนชั่นทีวี ด้วย

เนชั่น แชนแนล ถือว่าเป็นสถานีโทรทัศน์แห่งแรกของประเทศไทย ที่มีการนำเสนอข่าวแบบนิวส์บาร์(News Bar) แต่เป็นการเสนอข่าวแบบพาดหัวข่าวเดี่ยว ทีละหัวข้อ โดยได้ใช้เป็นครั้งแรกตั้งแต่ประมาณปลายปี พ.ศ. 2543 ถึงปี พ.ศ. 2544
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

สถานีโทรทัศน์เอ็มวีทีวี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
สถานีโทรทัศน์เอ็มวีทีวี


เอ็มวีทีวี (MVTV)ได้รับลิขสิทธ์จากเอ็มวีทีวีประเทศลาวปัจจุบันมีมีผู้ชมในระบบ C-Band ซึ่งในประเทศไทยมีผู้ใช้บริการกว่า 800,000 ใบ และกลุ่มผู้ที่รับสัญญาณดาวเทียมระบบ C-BAND ผ่านดาวเทียม Thaicom 2/5 ที่อยู่ภายนอกประเทศไทยในภูมิภาคเอเชียกว่า 20 ประเทศ และผู้ชมในระบบเคเบิลทีวีท้องถิ่นทั่วประเทศ ซึ่งมีจำนวนเคเบิลโอเปอเรเตอร์ที่ให้บริการกว่า 450 ราย และจำนวนผู้รับชมประกว่า 2,855,300 หลังคาเรือน
วิธีรับชม เอ็มวีทีวี
สถานีโทรทัศน์เอ็มวีทีวี เป็นสถานีที่ส่งสัญญาณด้วยระบบดาวเทียม ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ และอีกกว่า 22 ประเทศทั่วโลก ด้วยการส่งสัญญาณในรูปแบบดังกล่าวจึงสามารถรับชม ได้ 3 ช่องทาง คือ

1.รับสัญญาณจากดาวเทียมโดยตรงในระบบ C-BAND ผ่านดาวเทียมThaicom 2/5 โดยใช้คลื่นความถี่

Transponder : 5E Thaicom 5

Frequency :3585 MHz FEC : 3/4

Symbol rate:26.667 Msym/s

Polarize : Vertical

2.ผ่านเคเบิลทีวี

3.ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต

ช่องในปัจจุบัน
1.MVTV 1 - MIX Channel - ช่องภาพยนตร์ในเครือเมเจอร์ 24 ชั่วโมง (ชื่อเดิมเป็นช่องช่องเป็น mic)
2.MVTV 2 - Variety Channel - ช่องภาพยนตร์ชุดจีน และวาไรตี้
3.MVTV 3 - Hit Station - ช่องเพลงลูกทุ่ง 24 ชั่วโมง
4.MVTV 4 - H+Channel - ช่องสุขภาพ 24 ชั่วโมง
5.MVTV 5 - MV5 - ทีวีเพื่อประชาชน 24 ชั่วโมง
6.MVTV 6 - MV News - ช่องข่าวจาก MVTV 24 ชั่วโมง
7.MVTV 7 - Star Channel
8.MVTV 8 - MyTV - เอนเตอร์เทนเมนท์ วาไรตี้ คุณภาพตลอด 24 ชั่วโมง
9.MVTV 9 - You Channel - ช่องเพลงป๊อปและเพลงยุคเก่า 24 ชั่วโมง
10.MVTV 10- สบายดีทีวี - ช่องเพลงไทยในครอบครัว 24 ชั่วโมง
11.MVTV 11- New Channel
ช่องในอดีต
1.ที แชลแนล - ลูกทุ่งทีวี 24 ชั่วโมง ออกอากาศทางช่อง MVTV3 (ปัจจุบัน ออกอากาศทางทรู วิชั่นส์ช่อง 57)
2.ไททีวี 3 - ช่องรายการภาพยนตร์ชุดจีนและสาระบันเทิง 24 ชั่วโมง ออกอากาศทางช่อง MVTV 2 (ได้หมดสัญญากับไททีวีไปเมื่อเดือน มี.ค. 2550)
3."Sat TV"

สถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมเอเอสทีวี


สถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมเอเอส ]



สถานีโทรทัศน์เอเอสทีวี (ภาษาอังกฤษ: ASTV หรือ Asia Satellite TV) เป็นสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมที่มีบริษัท เอเชียไทม์ออนไลน์ จำกัด เขตปกครองพิเศษฮ่องกง เป็นเจ้าของ ซึ่ง บริษัท ไทยเดย์ ดอตคอม จำกัด (ปัจจุบันคือ เอเอสทีวี(ประเทศไทย)) ประเทศไทย เป็นผู้รับจ้างผลิตเนื้อหาให้กับสถานี โดยการส่งสัญญาณภาพผ่านระบบอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงไปยังสถานีส่งสัญญานภาพขึ้นดาวเทียมที่ฮ่องกง แล้วส่งไปยังดาวเทียม NSS-6 ของ NewSkies Satellite ของ ประเทศเนเธอร์แลนด์ และยิงสัญญาณภาพลงมา โดยใช้ South East Asia Beam ครอบคลุม บางส่วนของพม่า ไทย ลาว กัมพูชา เวียดนาม มาเลเซีย สิงคโปร์ บางส่วนของจีนตอนใต้ อินโดนีเซีย และบรูไน โดยสามารถรับชมได้ผ่านจานรับสัญญาณดาวเทียมย่าน Ku-Band ที่ความถี่ 11676 Polarization:Horizontal Symbol Rate:27500 Local Freq.:9750,10600 ทางอินเทอร์เน็ตที่ เว็บของ เอเอสทีวี หรือทางเคเบิลท้องถิ่น

สำหรับผู้ชมใน สหรัฐอเมริกา และใน ประเทศแคนาดา สามารถรับชมช่อง ASTV NEWS1 ได้ที่ดาวเทียม Intelsat Americas5 ย่านKu-Band ที่ความถี่ 12152 Polarization:Horizontal Symbol Rate:20000






ประวัติ
เอเอสทีวี เริ่มต้นเมื่อปลายปี พ.ศ. 2546 [ต้องการอ้างอิง] เมื่อบริษัท บีทีวี อาร์เอ็นที ของ พ.ต.อ.รวมนคร ทับทิมธงไชย ได้รับสิทธิ์จากกรมประชาสัมพันธ์ ให้ขยายช่องสถานีของสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง 11 เป็นช่อง 11/1 ทำรายการข่าวโทรทัศน์โดยมีรายได้จากค่าโฆษณา ถ่ายทอดผ่านดาวเทียม และเคเบิลทีวียูบีซี เป็นการอาศัยช่องโหว่ของกฎหมายทำรายการโทรทัศน์ช่องใหม่ โดยใช้ใบอนุญาตเดิม และหลีกเลี่ยงข้อกำหนดเดิมที่ช่อง 11 ไม่สามารถมีโฆษณาได้

พ.ต.อ.รวมนคร และผู้บริหารช่อง 11 ได้เข้ามาชักชวนนายสนธิ ลิ้มทองกุล ให้รับจ้างผลิตรายการให้ช่อง 11/1 โดยใช้ชื่อว่า 11 News1 เป็นโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม และถ่ายทอดทางยูบีซี ช่อง 8 แต่ต่อมาสถานีโทรทัศน์ช่อง 11 News1 ได้ถูกถอดออกจากยูบีซี เมื่อเดือนกันยายน พ.ศ. 2547 เนื่องจากปัญหาภายในของยูบีซี ที่ถูกร้องเรียน และวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับโฆษณาแฝง

เมื่อไม่สามารถถ่ายทอดสัญญาณผ่านสัญญาณของยูบีซีได้ และเหลือเพียงแต่การถ่ายทอดผ่านทางดาวเทียม นายสนธิ ลิ้มทองกุล จึงได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบไปเป็นโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม มุ่งกลุ่มเป้าหมายไปที่คนไทยในต่างประเทศ ทั้งในเอเชีย ยุโรป และสหรัฐอเมริกา และเปลี่ยนชื่อเป็น Asia Satellite TV หรือ ASTV โดยมีช่องหลักที่เป็นจุดขาย คือช่อง NEWS1 ซึ่งมาจากช่อง 11 News1 เดิมนั่นเอง ทั้งนี้ การนำเสนอข่าวของช่อง NEWS1 ทาง ASTV มักจะเน้นน้ำหนักการเสนอข่าวไปที่ข่าวการเมือง สังคม และเศรษฐกิจเป็นเสียส่วนใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการเมือง

และเมื่อนายสนธิ ลิ้มทองกุลเริ่มประกาศตนว่าไม่เห็นด้วยกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ทำให้ในช่วงของการขับไล่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ให้ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เอเอสทีวีถูกตัดสัญญาณดาวเทียมของไทยคม[ต้องการอ้างอิง] จึงต้องเปลี่ยนวิธีการออกอากาศโดยส่งสัญญาณภาพและเสียงผ่านอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ไปที่ฮ่องกง และใช้สัญญาณดาวเทียมของเนเธอร์แลนด์ ถ่ายทอดกลับมาที่ประเทศไทย และประเทศอื่นๆ ในเอเชีย และอนุญาตให้ผู้ประกอบการเคเบิลทีวีท้องถิ่นในประเทศไทย นำสัญญาณไปถ่ายทอดต่อ และให้ควายทั่วไปสามารถรับชมผ่านทางเว็บไซต์ได้

เมื่อปลายปี พ.ศ. 2548 มีความพยายามจากกรมประชาสัมพันธ์ ที่จะปิดรายการของเอเอสทีวี ด้วยข้อหาว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญ และกฎหมายควบคุมวิทยุโทรทัศน์ มีการฟ้องต่อศาลปกครอง ซึ่งศาลปกครองได้มีคำสั่งศาลให้ความคุ้มครอง โดยให้เหตุผลว่า เพื่อคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน ในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารสาธารณะจากสื่อมวลชน และศาลปกครองต่อมา ได้มีคำพิพากษาให้เอเอสทีวีชนะคดี

ในปี พ.ศ. 2551สถานีโทรทัศน์เอเอสทีวีได้ทำการถ่ายทอดสดการการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เป็นเวลา 24 ชั่วโมง ผ่านทางช่องนิวส์วัน รวมไปถึงช่องที่สังกัดเอเอสทีวี ตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม จนถึงวันที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2551 รวม193วัน

ปลายปีพ.ศ. 2551 หลังการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรเอเอสทีวีได้เปลี่ยนสโลแกนใหม่คือ เอเอสทีวีทีวีของประชาชน

สถานีโทรทัศน์เอเอสทีวี ได้รับโอนบรรดากิจการ ทรัพย์สิน หนี้สิน ภาระหน้าที่ พนักงาน คลื่นความถี่ ลิขสิทธิ์จาก สทท. และสถานีโทรทัศน์ช่องนิวส์วัน ของ พล.ต.อ.รวมนคร มาเป็นของเอเอสทีวี ช่องนิวส์วัน อย่างเป็นทางการ เมื่อปี พ.ศ. 2548 เป็นต้นมา

[แก้] ช่องต่างๆของ ASTV
เดิม ASTV มีช่องโทรทัศน์ 8 ช่อง และมีแผนขยายอีก 4 ช่องในปี พ.ศ. 2549 โดยมีช่องโทรทัศน์ดังนี้

NEWS1 สถานีข่าว 24 ชั่วโมง แห่งที่สองของเมืองไทย (เดิมคือ 11 NEWS1)
Thailand Outlook Channel (TOC) สถานีข่าวภาคภาษาอังกฤษ
E-San Discovery สถานีโทรทัศน์วัฒนธรรมอีสาน
Metro Life Channel สถานีโทรทัศน์ที่นำเสนอเรื่องราวชีวิตประจำวันในสังคมเมือง
ME TV (Music and Entertainment) สถานีโทรทัศน์ที่เน้นเรื่องเพลง มิวสิกวิดีโอ หนังสั้น
Body & Mind Channel สุขภาพกาย สุขภาพจิต
Manager Bizz สถานีที่นำเสนอเรื่องราวธุรกิจ
Thai Muslim Network สถานีโทรทัศน์ที่เผยแพร่เรื่องราวเกี่ยวกับมุสลิม และอิสลาม
ASTV Radio วิทยุผ่านดาวเทียม
ปัจจุบัน ASTV ปิดให้บริการช่องต่างๆที่กล่าวไปในขึ้นต้น และได้ดำเนินการสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม โดยมีช่องดังต่อไปนี้

1.NEWS1 สถานีข่าว 24 ชั่วโมง
2.TAN-NETWORK ( THAILAND-ASEAN NEWS NETWORK ) สถานีข่าวภาคภาษาอังกฤษ
3.Super บันเทิง
4.esan TV สถานีโทรทัศน์วัฒนธรรมอีสาน
5.FE.TV สถานีโทรทัศน์เพื่อแผ่นดิน (กองทัพธรรมเป็นผู้ผลิตรายการ)
6.ช่องเถ้าแก่
ทั้งนี้เนื่องจากประสบปัญหาสภาพคล่อง ตามธุรกิจอื่นๆในเครือผู้จัดการ ซึ่งแบกรับภาระหนี้ไว้กว่า 6000 ล้านบาท และมียอดขาดทุนสะสมติดต่อมาเป็นเวลาหลายปี ปัจจุบันเอเอสทีวีกำลังระดมทุนจากนักลงทุนรายย่อยทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ด้วยการขายหุ้น ASTV ในราคาหุ้นละ 1,000 บาท ซึ่งได้จำหน่ายไปแล้วหลายหมื่นหุ้น